English News
ติดต่อเราได้ที่   
หน้าแรก สารการค้า ไดนามิค อินดรัสตี้ ติดต่อโฆษณา เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา
Tharn Samutprakarn
หนังสือพิมพ์ ไดนามิค อินดัสตรี้
 
โรงแยกก๊าซธรรมชาติระยองรับรางวัลอุตฯ ดีเด่น
[Dynamic] - ธุรกิจการตลาด : ฉบับที่ 343 ประจำวันที่ 8 พฤษภาคม 2560

โรงแยกก๊าซธรรมชาติระยอง และขนอม รับรางวัลรับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ย้ำความสำเร็จนโยบายการบริหารด้านความปลอดภัย ปูแผนลงทุนธุรกิจก๊าซธรรมชาติ 5 ปี มูลค่า 2.1 แสนล้านบาท เพื่อความมั่นคง ทั้งระบบท่อก๊าซและคลังแอลเอ็นจีแห่งที่ 2 ส่วนก๊าซเยตากุนล่าสุดปริมาณลดลงแล้ว 200 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน

นายนพดล ปิ่นสุภา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บมจ.ปตท. (PTT) เปิดเผยว่า หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ โรงแยกก๊าซธรรมชาติ จ. ระยอง ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น (Prime’s Minister Industry Award) หรือ PM AWARD ประจำปี 2559 ประเภทการบริหารความปลอดภัย เป็นครั้งที่ 10 รวมถึงโรงแยกก๊าซธรรมชาติขนอม จ.นครศรีธรรมราช ได้รับเป็นครั้งที่ 5 จากนายกรัฐมนตรี ซึ่งรางวัลฯ ที่ได้รับถือเป็นกำลังใจและสร้างความภาคภูมิใจให้กับผู้บริหาร พนักงาน ของโรงแยกก๊าซทุกคน นอกจากนี้เป็นตัวชี้วัดที่สำคัญในเรื่องนโยบายการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยที่ทุกคนที่ได้รับการปฏิบัติตลอดมา

ทั้งนี้ ปตท. เป็นผู้ประกอบธุรกิจโรงแยกก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ในประเทศไทย มีโรงแยกก๊าซธรรมชาติทั้งสิ้น 6 หน่วย เพื่อแยกสารประกอบไฮโดคาร์บอนชนิดต่างๆ ออกจากก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับก๊าซธรรมชาติที่ได้จากอ่าวไทย ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยโรงแยกก๊าซธรรมชาติ หน่วยที่ 1-3, 5 และ 6 ตั้งอยู่ที่ ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมือง จังหวัดระยอง และโรงแยกก๊าซธรรมชาติ หน่วยที่ 4 ตั้งอยู่ที่ อำเภอขนอม จังหวัดครศรีธรรมราช

ปัจจุบัน โรงแยกก๊าซธรรมชาติทั้งหมดของ ปตท. มีความสามารถแยกก๊าซธรรมชาติตามค่าการออกแบบ (Nameplate Capacity) ได้ รวม 2,660 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน โดยโรงแยกก๊าซธรรมชาติ หน่วยที่ 1 มีความสามารถแยกก๊าซธรรมชาติได้ 350 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน โรงแยกก๊าซธรรมชาติ หน่วยที่ 2 และ 3 (รวมส่วนที่ได้เพิ่มจากโรงแยกก๊าซอีเทน) มีความสามารถในการแยกก๊าซธรรมชาติรวม 750 ล้านลูกบาศก์ฟุต่อวัน

โรงแยกก๊าซธรรมชาติหน่วยที่ 4 มีความสามารถแยกก๊าซธรรมชาติได้ 230 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน โรงแยกก๊าซธรรมชาติ หน่วยที่ 5 มีความสามารถแยกก๊าซธรรมชาติได้ 530 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และโรงแยกก๊าซธรรมชาติ หน่วยที่ 6 มีความสามารถแยกก๊าซธรรมชาติได้ 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ทั้งนี้ ปตท. มีการปรับปรุงประสิทธิภาพของโรงแยกก๊าซธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในปี 2555 โรงแยกก๊าซธรรมชาติทั้งหมดของ ปตท. มีความสามารถแยกก๊าซธรรมชาติสูงสุดได้จริง (Processing Capacity) ได้รวมประมาณ 2,740 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน

นายนพดล เผยถึงการลงทุนว่า กลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติตั้งงบลงทุนในช่วง 5 ปี (ปี 59-63) ที่ระดับ 210,000 ล้านบาท ประกอบด้วย 3 แผนหลัก ได้แก่ 1. งบลงทุนต่อเนื่องประมาณ 15,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการทำโครงการต่อเนื่องที่จะทยอยเสร็จใน 1-2 ปี ได้แก่ โครงการท่อส่งก๊าซฯ ไปจังหวัดนครราชสีมา รวมถึงการสร้าง LNG Receiving Terminal แห่งแรก ระยะที่ 2 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิต LNG เป็น 10 ล้านตันต่อปี จากเดิมที่ 5 ล้านตันต่อปี

2.โครงข่ายก๊าซฯ มูลค่าลงทุน 120,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่จะเป็นก่อสร้างท่อส่งก๊าซฯ หลักเส้นที่ 5 ความยาว 430 กิโลเมตร เริ่มจากจังหวัดระยองไปยังอำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรีและท่อเชื่อมระหว่างศูนย์ควบคุมก๊าซฯ ไปจังหวัดราชบุรีอีก 120 กิโลเมตร ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงระบบโครงข่ายท่อก๊าซฯ จากฝั่งตะวันตกและตะวันออกเข้าด้วยกัน เพื่อเสริมความมั่นคงของระบบก๊าซฯ โครงการจะอยู่ในช่วงสำรวจความคิดเห็นประชาชนและจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) คาดว่าจะใช้เวลา 1-2 ปี ก่อนจะสามารถเปิดประมูลหาผู้รับเหมาได้ ขณะที่คาดว่าทั้งโครงการจะเสร็จปี 2564
3 .โครงการลงทุนด้านอื่น ๆ อีก 70,000 ล้านบาทจะใช้รองรับการลงทุนธุรกิจใหม่ด้านบริการที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน การเพิ่มประสิทธิภาพโรงแยกก๊าซฯ ระบบโครงข่ายท่อก๊าซฯ ย่อย แต่สิ่งสำคัญหลัก คือ การลงทุนคลัง LNG แห่งที่ 2 ขนาด 7.5 ล้านตันต่อปี เบื้องต้นคาดว่าจะมีมูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท

“โครงการลงทุนส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในโครงการขยายโครงข่ายท่อส่งก๊าซธรรมชาติ พร้อมรุกเจรจาจัดหา LNG เพิ่มเสริมความมั่นคงพลังงานระยะยาว ล่าสุดเจรจาปิโตรนาสขอเข้าลงทุนในแหล่ง LNG อีกด้วยเพราะการใช้ก๊าซฯ ยังคาดว่าจะขยายตัวใน 5 ปีนี้เฉลี่ยร้อยละ 2 ซึ่งแผนงานเหล่านี้รองรับความมั่นคงด้านพลังงาน จึงยังไม่ลดงบลงทุน แต่ติดตามสถานการณ์ร่วมกับกระทราวงพลังงานอย่างใกล้ชิด” นายนพดลกล่าว

นายนพดล กล่าวอีกว่า ส่วนการลงทุน LNG ในรูปแบบ FSRU (Floating Storage & Regasification Unit:FSRU) ในฝั่งเมียนมาร์และภาคใต้ของไทยพื้นที่ละ 3 ล้านตัน เพื่อรองรับปริมาณก๊าซฯ จากเมียนมาร์และก๊าซฯ จากแหล่งพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (เจดีเอ) ที่จะทยอยลดลงตามสัญญาในอนาคต งบฯ ยังไม่ได้อยู่ในเป็น 5 ปี โดยโครงการ FSRU ในเมียนมาร์จะศึกษาแผนร่วมทุนและพื้นที่ลงทุนเสร็จไตรมาส 4/2559 จะมีความชัดเจนทั้งเรื่องพื้นลงทุน ซึ่งปัจจุบันมี 2 แห่ง คือ เมือง KANBAUK และเมืองทวาย

ทั้งนี้ การจัดส่งก๊าซฯ จากเมียนมาร์มาจาก 3 แหล่ง แต่ปริมาณลดลงจากวันละ 1,100 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เหลือ 850 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ลดลงหลังแหล่งก๊าซฯ เยตากุนมีปัญหาปริมาณน้ำเข้ามาในแหล่งผลิตมาก ทำให้ระดับการผลิตที่ลดลงเหลือประมาณ 250 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน จากปกติ 450 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ส่วนที่เหลือมาจากแหล่งยาดานา 450 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และแหล่งซอติก้า อีก 240 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน การเร่งลงทุนคลังแอลเอ็นจีในเมียนมาร์นอกจากจะทดแทนก๊าซเยตากุนที่หายไปแล้วยังนำไปใช้ประโยชน์รองรับการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในเมียนมาร์ด้วย

บรรยายใต้ภาพ : โรงแยกก๊าซธรรมชาติระยอง ประกอบด้วยหน่วยธุรกิจ 1,3,5 และ 6 ส่วนหน่วยที่ 4 ตั้งอยู่ที่โรงแยกก๊าซขนอม จ.นครศรีธรรมราช

ตารางประกอบข่าว

​ ขนาดและกำลังการผลิต​

หน่วย : ลูกบาศก์ฟุตต่​อวัน

กำลังการแยกก๊าซธรรมชาติ (PROCESSING CAPCITY)

2,7​40

กำลังการผลิตของผลิตภัณฑ์ต่างๆ

หน่วย : ล้านต่อปี

อีเทน (ETHAE)

​2.4

โพเพนและก๊าซปิโตรเลียมเหลว (PROPANE และLPG)

3.6​

ก๊าซโซลีนธรรมชาติ (NGL)

0.7​

รวมกำลังการผลิตทั้งหมด

6.7​

 

 

 

 
 
 

ฐานสมุทร บริษัทฐานสมุทรปราการ จำกัด จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ hitwebcounter  
122 ซ. สุภาพงษ์ แยก 5-2 แขวงหนองบอน เขตประเวช กรุงเทพฯ 10250
โทรศัพท์: 02-7434999 Email: theccn_news@yahoo.com