English News
ติดต่อเราได้ที่   
หน้าแรก สารการค้า ไดนามิค อินดรัสตี้ ติดต่อโฆษณา เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา
Tharn Samutprakarn
หนังสือพิมพ์ ไดนามิค อินดัสตรี้
 
โรงไฟฟ้าแม่เมาะคว้ารางวัลต้นแบบความปลอดภัย
[Dynamic] - ธุรกิจการตลาด : ฉบับที่ 343 ประจำวันที่ 8 พฤษภาคม 2560

Loading image...

โรงไฟฟ้าแม่เมาะและ 29 หน่วยงานจาก กฟผ. เข้ารับรางวัลสถานประกอบกิจการต้นแบบดีเด่นด้านความปลอดภัยฯ ประจำปี 2559  ลงทุน 36,800 ล้านบาทในโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 4-7 ชูมาตรฐานการดูแลสิ่งแวดล้อม ย้ำเดินหน้าสู่ความสำเร็จภายใต้แผนยุทธศาสตร์ใหม่ EGAT BEST 2015-2025 เพื่อเป็นองค์การชั้นนำ ในกิจการไฟฟ้าในระดับสากล ที่มีความสามารถในการดำเนินงานทุกด้านในระดับโลก (Global Top Quartile Utility)

นายเศรษฐพล ทองอยู่ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาคุณภาพและความปลอดภัย - ความปลอดภัย (ช.อคภ-ภ.) นำคณะผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. จากเขต เขื่อน โรงไฟฟ้า และฝ่ายปฏิบัติการทั่วประเทศ เข้ารับรางวัลสถานประกอบกิจการต้นแบบดีเด่นด้านความปลอดภัยฯ ประจำปี 2559 ในงานสัปดาห์ความปลอดภัยในการทำงานแห่งชาติครั้งที่ 30 ที่ทางกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงานจัดขึ้น ภายใต้แนวคิด “แรงงานปลอดภัยสุขภาพ อนามัยดีนำประเทศมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนา โดยมีหม่อมหลวงปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานกล่าวเปิดงาน และนางสาวพรรณี ศรียุทธศักดิ์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นผู้กล่าวรายงาน

หม่อมหลวงปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวง แรงงาน กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายที่มุ่งหวังให้ประเทศไทย มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน โดยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องความปลอดภัยนั้น นายกรัฐมนตรีได้มีความห่วงใยและให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย เพื่อให้ประเทศไทยเป็นบ้านเมืองที่มีความปลอดภัย ตามนโยบาย Safety Thailand ซึ่งในปี 2559 นี้ กระทรวงแรงงานได้บูรณาการกับกระทรวงที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการโครงการ Safety Thailand เพื่อลดการบาดเจ็บ การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ครอบคลุมคนทำงานในทุกภาคส่วนของประเทศ ซึ่งจะประสบความสำเร็จได้นั้นต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจ ทุกภาคส่วนต้องตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยในการทำงาน ต้องช่วยกันปลูกฝังสำนึกและทัศนคติเรื่องความปลอดภัยให้กับสังคมโดยรวม เริ่มตั้งแต่เด็ก เยาวชน ครอบครัว และในสังคมแรงงาน เกี่ยวกับความมีวินัย ความรับผิดชอบต่อตนเอง สาธารณะและสังคม การเคารพในสิทธิหรือหน้าที่ของตนเองและผู้อื่น การรู้เท่าทันความเสี่ยงหรืออันตรายที่อาจเกิดขึ้นในขณะทำงาน จนฝังเป็นจิตสำนึกด้านความปลอดภัยซึ่งจะนำประเทศไทยไปสู่สังคมที่มีวัฒนธรรมความปลอดภัยเกิดขึ้น

นายเศรษฐพล ทองอยู่ ช.อคภ-ภ. กล่าวว่า หน่วยงานของ กฟผ. มีกฎระเบียบการดำเนินงานในเรื่องของความปลอดภัยและได้รับรางวัลสถานประกอบ กิจการต้นแบบดีเด่นสูงสุด 16 ปีซ้อน โดย กฟผ. มีการนำระบบมาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม (มอก.) และระบบ EGAT SOS เอามาใช้เพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน และเนื่องจาก กฟผ. มีวิสัยทัศน์เพื่อก้าวไปสู่การเป็นองค์กรชั้นนำในกิจการไฟฟ้าระดับโลก (Global Top Quartile) ซึ่งทาง อคภ. มีแนวทางและแผนสนับสนุนให้หน่วยงาน สถานประกอบกิจการใน กฟผ. มีการดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน ให้ถูกต้องตามกฎหมายและมาตรฐานสากล เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ทุกคนทำงานอย่างมีความสุขโดยอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัย จนนำไปสู่การได้รับรางวัลจากสถาบันต่างๆ ในด้านการเป็นสถานประกอบการด้านความปลอดภัยฯ และเป็นที่ยอมรับของประชาชน ซึ่งการได้รับรางวัลของ กฟผ. นั้น ถือเป็นความภาคภูมิใจของชาว กฟผ. ทุกคน ที่มุ่งมั่นทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ รวมไปถึงการได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารจนทำให้หน่วยงานต่างๆ มีกำลังใจและสามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน จนสามารถคว้ารางวัลดังกล่าวมาครองไว้ได้

สำหรับหน่วยงานของ กฟผ. ที่เข้ารับรางวัลสถานประกอบกิจการต้นแบบดีเด่นด้านความปลอดภัยฯ ประจำปี 2559 มีดังนี้ รางวัลสถานประกอบกิจการต้นแบบดีเด่นด้านความปลอดภัยฯ ต่อเนื่องตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ระดับเพชร จำนวน 3 หน่วยงานได้แก่ 1. โรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี 2. เขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น 3. เขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี

รางวัลสถานประกอบกิจการต้นแบบดีเด่นด้านความปลอดภัยฯ ต่อเนื่องตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ระดับทอง จำนวน 15 หน่วยงาน ได้แก่ 1. เขื่อนวชิราลงกรณ จังหวัดกาญจนบุรี ได้รับรางวัลต่อเนื่องสูงสุดของ กฟผ. 16 ปี 2. ฝ่ายปฏิบัติการภาคใต้ สำนักงานลำภูรา จังหวัดตรัง 3. ฝ่ายปฏิบัติการภาคเหนือ จังหวัดพิษณุโลก 4. โรงไฟฟ้าวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 5. ฝ่ายปฏิบัติการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น 6. เขื่อนท่าทุ่งนา จังหวัดกาญจนบุรี 7. โรงไฟฟ้าพระนครใต้ จังหวัดสมุทรปราการ 8. เขื่อนศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี 9. ฝ่ายปฏิบัติการภาคเหนือ สำนักงานนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ 10. สำนักงานปฏิบัติการภาคเหนือ สำนักงานฐานปฏิบัติงานจังหวัดลำปาง 11. สำนักงานปฏิบัติการภาคเหนือ สำนักงานเชียงใหม่ 2 จังหวัดเชียงใหม่ 12. ฝ่ายปฏิบัติการภาคภาคตะวันออก เฉียงเหนือ สำนักงานนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา 13. เขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก 14. เขื่อนน้ำพุง จังหวัดสกลนคร 15. สถานีไฟฟ้าแรงสูงสกลนคร 1 จังหวัดสกลนคร

รางวัลสถานประกอบกิจการต้นแบบดีเด่นด้านความปลอดภัยฯ ต่อเนื่องตั้งแต่ 5-9 ปีขึ้นไป ระดับเพชร จำนวน 1 หน่วยงาน ได้แก่ โรงไฟฟ้ากระบี่ จังหวัดกระบี่ รางวัลสถานประกอบกิจการต้นแบบดีเด่นด้านความปลอดภัยฯ ต่อเนื่องตั้งแต่ 5-9 ปีขึ้นไป ระดับทอง จำนวน 4 หน่วยงานได้แก่ 1. สถานีไฟฟ้าแรงสูงอุบลราชธานี 1 จังหวัดอุบลราชธานี 2. เขื่อนสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี 3. โรงไฟฟ้าลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร 4. โรงไฟฟ้าแม่เมาะ จังหวัดลำปาง

รางวัลสถานประกอบกิจการต้นแบบดีเด่นด้านความปลอดภัยฯ ต่อเนื่องตั้งแต่ 1-4 ปีขึ้นไป ระดับทอง จำนวน 6 หน่วยงานได้แก่ 1. เขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ 2. โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา จังหวัดนครราชสีมา 3. โรงไฟฟ้าบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา 4. โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ จังหวัดนนทบุรี 5. เขื่อนจุฬาภรณ์ จังหวัดชัยภูมิ 6. โรงไฟฟ้าจะนะ จังหวัดสงขลา รางวัลคณะกรรมการความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ปี 2559 จำนวน 3 หน่วยงาน ได้แก่ 1. เขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก 2. เขื่อนวชิราลงกรณ จังหวัดกาญจนบุรี และ 3. เขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น

ทั้งนี้ในนที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมา โรงไฟฟ้าแม่เมาะ จ.ลำปาง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นายอมรพันธ์   ลีลาภรณ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2 พร้อมคณะผู้บริหารโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ร่วมต้อนรับ พันเอก สุรคล ท้วมเสม รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32, นายสมชัย กิจเจริญรุ่งโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง, นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าส่วนราชการ, คณะผู้บริหาร กฟผ., อดีตผู้บริหาร กฟผ., ผู้นำชุมชนใน อ.แม่เมาะและสื่อมวลชนจังหวัดลำปาง เนื่องในโอกาสเข้าร่วมงานวันครบรอบรัฐพิธีเปิดโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ปีที่ 32 เพื่อแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบรัฐพิธีเปิดโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2528

นายกรศิษฐ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการ เปิดเผยถึงโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 4-7 ว่า โครงการฯ นี้ ใช้วงเงินลงทุนกว่า 36,800 ล้านบาท มีกำลังการผลิต 600 เมกะวัตต์ โดยเน้นลงทุนในระบบอุปกรณ์เพื่อดูแลสิ่งแวดล้อม อาทิ เครื่องกำจัดก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจนด้วยอุปกรณ์ SCR (Selective Catalyst Reduction) เครื่องดักจับฝุ่นแบบไฟฟ้าสถิต และเครื่องกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ เป็นต้น คิดเป็นมูลค่าการลงทุนถึง 8,250 ล้านบาท หรือร้อยละ 22.41 ของวงเงินลงทุนทั้งหมด

สำหรับระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 46 เดือน โดยโรงไฟฟ้าใหม่นี้จะใช้เทคโนโลยีถ่านหินสะอาดที่มีประสิทธิภาพสูง (Ultra-supercritical) ทำให้จะสามารถลดการใช้ถ่านหินจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 4-7 เดิม 13,536ตันต่อวัน ลงเหลือ 8,504 ตันต่อวัน นอกจากนี้ ยังมีการควบคุมมลสารให้ดีขึ้น อาทิ การระบายก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Sox) จากปล่องโรงไฟฟ้าไม่เกิน 90 ส่วนในล้านส่วน จากค่ามาตรฐาน 180 ส่วนในล้านส่วน ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน (Nox) จากปล่องโรงไฟฟ้าไม่เกิน 90 ส่วนในล้านส่วน จากค่ามาตรฐาน 200 ส่วนในล้านส่วน และฝุ่นละอองแขวนลอยรวม (TSP) จากปล่องโรงไฟฟ้าไม่เกิน 30 มิลลิกรัม/ลูกบาศก์เมตร จากค่ามาตรฐาน 80 มิลลิกรัม/ลูกบาศก์เมตร เป็นต้น โดยโรงไฟฟ้าแม่เมาะมีการควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อมแบบ Real-time ผ่านระบบออนไลน์ ของกรมควบคุมมลพิษ จึงมั่นใจได้ว่า กฟผ. มีการควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อมของโรงไฟฟ้าให้ดีกว่าเกณฑ์มาตรฐานกำหนดตลอดเวลา

ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 4-7 สร้างขึ้นเพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 4-7 เดิม ที่มีอายุการใช้งานมานานถึง 33 ปี ตั้งอยู่ด้านทิศใต้ ถัดจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 13 ในพื้นที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ใช้พื้นที่ก่อสร้างประมาณ 63 ไร่ โดยมีบริษัทร่วมค้าอัลสตอมและมารูเบนิ เป็นบริษัทคู่สัญญา และมีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (Commercial Operation Date – COD) ในเดือนพฤศจิกายน 2561

ทั้งนี้ที่ผ่านมา กฟผ. ดำเนินการภายใต้แผนยุทธศาสตร์ใหม่ EGAT BEST 2015-2025 โดยกำหนดวิสัยทัศน์ที่สะท้อนเป้าหมายและทิศทางขององค์การ คือ การเป็นองค์การชั้นนำ ในกิจการไฟฟ้าในระดับสากล ที่มีความสามารถในการดำเนินงานทุกด้านในระดับโลก (Global Top Quartile Utility) ประกอบด้วย 3 ยุทธศาสตร์หลัก คือ 1) การพัฒนาระดับความสามารถด้านการผลิต และส่งพลังงานไฟฟ้าให้ก้าวไปสู่ระดับโลก (Global Top Quartile Player) 2) การใช้ความเชี่ยวชาญด้านกิจการไฟฟ้าเพื่อสร้างการเติบโตในระดับภูมิภาค (Regional Power Specialist) โดยผลักดันทั้งการเจริญเติบโตของบริษัทในเครือ (EGAT Group) และ กฟผ. ไปพร้อมๆกัน และ 3) การแบ่งปันองค์ความรู้ และประสบการณ์ของ กฟผ. ออกสู่สังคม (Learning For Society) และผนวกกับแผนแม่บทความรับผิดชอบต่อสังคมที่ กฟผ. ดำเนินการอยู่ (CSR Master Plan)

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กฟผ. ได้ปฏิบัติภารกิจที่รับผิดชอบมาอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การพัฒนาระบบพลังงานไฟฟ้าของประเทศให้มีความมั่นคง ภายใต้ระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ มีความปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานสากล

 
 
 

ฐานสมุทร บริษัทฐานสมุทรปราการ จำกัด จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ hitwebcounter  
122 ซ. สุภาพงษ์ แยก 5-2 แขวงหนองบอน เขตประเวช กรุงเทพฯ 10250
โทรศัพท์: 02-7434999 Email: theccn_news@yahoo.com