English News
ติดต่อเราได้ที่   
หน้าแรก สารการค้า ไดนามิค อินดรัสตี้ ติดต่อโฆษณา เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา
Tharn Samutprakarn
หนังสือพิมพ์ ไดนามิค อินดัสตรี้
 
อัลติจูดเล็งปี 60 เปิด 5 โครงการใหม่ 1.4 พันล.
[Dynamic] - ธุรกิจการตลาด : ฉบับที่ 343 ประจำวันที่ 8 พฤษภาคม 2560

Loading image...

จ่อปี 62 เข็นธุรกิจเข้าตลาดหลักทรัพย์ mai

อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ จับตลาดผู้ประกอบการยุคไทยแลนด์ 4.0 ตอบโจทย์การใช้ชีวิต การลงทุน Successor ยุคที่ธุรกิจและเรื่องเงินๆ ทองๆ มีพลวัตรเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เผยกลางปี 62 เตรียมนำธุรกิจเข้าตลาดหลักทรัพย์ mai เปิดแผนปี 60 ผุด 4-5 โครงการใหม่รวมมูลค่ากว่า1,400 ล้านบาท ตั้งเป้าเติบโตปีละ30%

นายชยพล หรรรุ่งโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ภายใต้แบรนด์ ‘ALTITUDE’ เปิดเผยว่า หลังจากนี้จะได้เห็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการแข่งขันของผู้ประกอบการ มีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้นสู่การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ปรับเข้ากับการอยู่อาศัย เพื่อเอื้ออำนวยต่อผู้อยู่อาศัยให้มีความสะดวกสบายในการอยู่อาศัยมากยิ่งขึ้น โดยจะเน้นการนำเสนอดีไซน์และฟังก์ชันการใช้งานที่สร้างมูลค่าให้กับอสังหาฯ มากกว่า เพื่อจะสอดรับกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และตรงกับความต้องการของผู้บริโภคในยุคดิจิตอลมากกว่า การแข่งขันด้านราคาและการจัดแคมเปญการตลาดแบบเดิมที่เริ่มมีความน่าสนใจลดลง และจากทิศทางที่เปลี่ยนแปลงดังกล่าว แบรนด์ ‘ALTITUDE’ จึงปรับกลยุทธ์โดยนำเทคโนโลยีใหม่และนวัตกรรมใหม่นำมาใช้ในโครงการใหม่ที่เตรียมจะพัฒนาในอนาคตเช่นกัน

สำหรับทิศทางการดำเนินงานของบริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการระดับบน ใกล้เมืองในแนวรถไฟฟ้าเป็นหลักเช่นเดิม แม้ว่าในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาจะมีกลุ่มผู้ประกอบการอสังหาฯจากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาเจรจาเพื่อขอร่วมทุนกับบริษัทในรูปแบบของคอนโดฯไฮไรส์ เนื่องจากมองว่าโครงการที่พัฒนาล้วนตั้งอยู่ในทำเลที่ดีและมีผลตอบแทนการลงทุนที่ดีด้วยเช่นกัน แต่บริษัทฯยังไม่สนใจการร่วมทุนในขณะนี้ เพราะมองว่าเมื่อมีการร่วมทุนทุกอย่างต้องตัดสินใจร่วมกัน ซึ่งค่อนข้างยุ่งยาก แต่เมื่อบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ในกลางปี 2562 แล้ว ก็อาจจะกลับมาพิจารณาเรื่องการร่วมทุนอีกครั้งหนึ่ง

ด้านแผนการลงทุนในปี 2560 นี้จะเปิดตัวใหม่ประมาณ 4-5โครงการ รวมมูลค่ากว่า 1,400 ล้านบาท โดยในครึ่งปีแรกจะเปิดตัวทั้งสิ้น 3 โครงการ ได้แก่

1.              อัลติจูด มาสเตอรี่ พหลโยธิน 24 ตั้งอยู่บนพื้นที่ 1 ไร่ครึ่ง พัฒนาในรูปแบบของบ้านเดี่ยวโมเดิร์นลักซ์ชัวรี่ พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวสูง 3 ชั้น ขนาดตั้งแต่ 54-75 ตารางวา ราคาเริ่มต้นที่ 28.7 ล้านบาท จำนวน 8 ยูนิต รวมมูลค่าโครงการ 240 ล้านบาท ด้วยทำเลที่ตั้งโครงการซึ่งอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าเชื่อว่าอนาคตมูลค่าต่อยูนิตจะเพิ่มสูงถึง 35 ล้านบาท และสามารถปล่อยเช่าได้ในราคา 150,000 บาท/เดือน

นอกจากนี้บริษัทยังอยู่ในระหว่างการเจรจาซื้อที่ดินอีก 1 แปลง พื้นที่ประมาณ 3 ไร่ ห่างจากโครงการ อัลติจูด มาสเตอรี่ พหลโยธิน 24 ประมาณ 100 เมตร แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

2.              อัลติจูด พรูฟ เกษตร-นวมินทร์  โฮมออฟฟิศ ขนาด 4 ชั้น มีเพียง 8 ยูนิต พร้อมลิฟต์โดยสาร และระบบอัจฉริยะ ‘Intelligent Home’ ที่ประกอบด้วยกล้องวงจรปิดกันขโมยบิ้วอิน และการปิด-เปิดไฟ สามารถควบคุมผ่านมือถือ ตั้งอยู่บนทำเลอนาคตย่านถนนลาดปลาเค้า เกษตร-นวมินทร์ ห่างเพียง 700 เมตร จากถนนรามอินทรา โดยมีให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ ขนาด 44.67 – 77.90 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 375.80 – 424.80 ตารางเมตร ที่จอดรถ 6 คัน และขนาด 48.96 – 49.05 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 339.40 – 375.80 ตารางเมตร ที่จอดรถได้ 6 คัน ราคาเริ่มต้นประมาณ 18.7 ล้านบาท

3.              อัลติจูด พรูฟ พระราม 9 โฮมออฟฟิศ ขนาด 3 ชั้นครึ่ง และขนาด 4 ชั้นครึ่ง มีเพียง 16 ยูนิต โดยภายในอาคารติดตั้งระบบอัจฉริยะ ‘Intelligent Home’ เช่นเดียวกัน และโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยทำเลที่ให้ชีวิตคนทำงานสะดวกสบายยิ่งขึ้น บนสุดยอดทำเลถนนพระราม 9 ใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วน และแอร์พอร์ตลิงค์ (Airport Link) สถานีหัวหมาก ห่างเพียง 700 เมตร มีให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ ขนาดที่ดิน 34.70 – 50.30 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 180 – 215 ตารางเมตร และขนาดที่ดิน 24.36 – 67.60 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 270 ตารางเมตร ที่จอดรถ 4-10 คัน ในราคาเริ่มต้น 14.7 ล้านบาท

4. โครงการคอนโดฯ ใกล้แนวรถไฟ้า ซึ่งอยู่ในระหว่าการพิจารณาที่ดิน 2 แปลง โดยจะขายในราคาสูงกว่า 140,000 บาท/ตารางเมตร หรือ 5 ล้านบาทขึ้นไป ทั้งนี้เนื่องจากราคาที่ดินมีการปรับตัวสูงขึ้นทุกปี  จำนวประมาณ 150 ยูนิต คาดว่าจะสามารถสรุปได้ในเร็วๆนี้ และจะเปิดตัวในไตรมาส3/2560

และโครงการที่ 5. จะเป็นการพัฒนาคอนโดฯเช่นกัน แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ซึ่งหากเปิดตัวในปีนี้ไม่ทันก็อาจจะเลื่อนการเปิดตัวไปในปี2561 เพื่อกระจายยอดรายได้ไปในปี2562 เพื่อเข้าตลาดmai ในปีเดียวกัน

 ส่วนความคืบหน้าโครงการ "อัลติจูด สามย่าน-สีลม" ซึ่งเป็นคอนโดฯ สูง 8 ชั้น ราคา 4.3 ล้านบาทขึ้นไป หรือเริ่มต้นที่ 150,000 บาท/ตารางเมตร  ขณะนี้เหลือขายเพีง 7 ยูนิต และชะลอการขายไว้ก่อน เพราะต้องการให้โครงการก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ก่อน จึงจะปรับราคาขายขึ้นมาอีกรอบหนึ่ง ประมาณ 5-10% จากที่ก่อนหน้านี้ปรับราคาขึ้นมาแล้วเกือบ20%

ทั้งนี้ ทางบริษัทจึงเน้นกลุ่มเป้าหมายระดับสูง เนื่องจากมองว่าเป็นกลุ่มที่มีอัตราการถูกปฏิเสธสินเชื่อต่ำ เนื่องจากแนวโน้มในช่วง 5-7 ปีจากนี้ คาดว่าอัตราหนี้ครัวเรือนจะยังคงอยู่ในระดับ 80% ของจีดีพี ซึ่งจะทำให้สถาบันการเงินจะยังเข้มงวดกับการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยรายย่อย บริษัทจึงโฟกัสไปที่กลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง เพราะกลุ่มดังกล่าวมียอดรีเจคต่ำที่10% เท่านั้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ซื้อบ้านระดับราคา 14 ล้านบาทขึ้นไป จะใช้เงินกู้เพียง 20% ของราคาบ้านเท่านั้นทำให้อัตรารีเจคยิ่งต่ำลง

นอกจากนี้บริษัทจะเน้นการพัฒนาโครงการระดับบน ในย่านศูนย์กลางธุรกิจ (ซีบีดี) เป็นหลัก อาทิ สามย่าน สีลม พระรามเก้า พหลโยธิน เนื่องจากตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบระดับไฮเอนด์ในย่านซีบีดีมีซัพพลายน้อยมาก ส่วนใหญ่ผู้ประกอบการมักจะพัฒนาโครงการย่านชานเมืองมากกว่า ทำให้มีซัพพลายส่วนเกินในบางทำเล นอกจากนี้ยังพบว่าตลาดที่อยู่อาศัยไฮเอนด์ในย่านซีบีดีมีความต้องการที่อยู่สูงมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการเจนเนอเรชั่น 2-3 ประกอบกับการที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับกลาง-ล่าง ที่มีราคาที่อยู่อาศัยต่ำกว่า 14 ล้านบาทต่อยูนิต ยังคงประสบปัญหาหนี้ครัวเรือนและอัตราปฏิเสธสินเชื่อในระดับสูง

นายชยพล  เผยอีกว่า นอกจากนี้ยังมีแผนเปิดตัวโรงแรม อีก 2 แห่ง ซึ่งพัฒนาในนามบริษัท ซินเซีย แคปปิตอล แลนด์จำกัด คือ ครอสทู หัวหิน โอเอซิส (X2 Huahin Oasis) และHaven't met you yet ซึ่งเป็นการนำอพาร์ตเมนต์เก่าบริเวณสถานีรถไฟฟ้าช่องนนทรี มารีโนเวทใหม่ โดยเป็นการเช่าระยะยาว 15 ปีจากเจ้าของเดิม ด้วยเม็ดเงินมูลค่าเกือบ 100 ล้านบาท และจะใช้เงินลงทุนเพิ่มอีก 35 ล้านบาทมีห้องพักทั้งหมด 75 ยูนิต ราคาเช่าอยู่ที่ประมาณ 2,800-2,900 บาท/คืน คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในไตรมาส3/2560

อย่างไรก็ตามในปี 2560 บริษัทฯตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 1,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี2559 ที่ผ่านมาที่มียอดขายอยู่ที่ 1,000 ล้านบาท และคาดว่าในปีนี้จะมียอดโอนกรรมสิทธิ์ประมาณ 400 ล้านบาท และทิศทางหลังจากนี้ บริษัทฯจะมียอดขายเติบโตอย่างน้อยปีละ 30%

 
 
 

ฐานสมุทร บริษัทฐานสมุทรปราการ จำกัด จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ hitwebcounter  
122 ซ. สุภาพงษ์ แยก 5-2 แขวงหนองบอน เขตประเวช กรุงเทพฯ 10250
โทรศัพท์: 02-7434999 Email: theccn_news@yahoo.com