English News
ติดต่อเราได้ที่   
หน้าแรก สารการค้า ไดนามิค อินดรัสตี้ ติดต่อโฆษณา เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา
Tharn Samutprakarn
หนังสือพิมพ์ ไดนามิค อินดัสตรี้
 
วีพี สตาร์ซอัดกว่า 300 ล.ดันผลิต 1.452 แสนตัน
[Dynamic] - ธุรกิจการตลาด : ฉบับที่ 343 ประจำวันที่ 8 พฤษภาคม 2560

วีพี สตาร์ซ (2000) อัดลงทุนกว่า 300 ล้านบาท ติดตั้งเทคโนโลยีเครื่องจักรอันทันสมัย ลุยผลิต 145,200 ตันต่อปีรุกส่งตลาดในประเทศ ย้ำ 17 ปี มุ่งมั่นการพัฒนาการปลูกให้แก่เกษตรกรและการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ด้านสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรคาดปี 2560 ผลผลิต 31.19 ล้านตันและผลผลิตต่อไร่ 3.61 ตัน

นายธวัชชัย ยืนยง กรรมการ บริษัท วีพี สตาร์ซ (2000) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายแป้งมันสำปะหลัง เปิดเผยในโอกาสครบรอบ 17 ปีว่า  หลังจากบริษัทได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอในปี 2557 บริษัทเริ่มดำเนินการปรับปรุงไลน์การผลิตใหม่โดยการเปลี่ยนเทคโนโลยีเครื่องจักรอันทันสมัยเข้ามาติดตั้งแทนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้ทันต่อความต้องการของลูกค้า ปัจจุบันมีกำลังการผลิตประมาณ 145,200 ตันต่อปี โดยแป้งมันดิบที่ผลิตได้บรรจุขนาด 850 กิโลกรัม และ 900 กิโลกรัม ส่งให้กับกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตต่อไป

ตลอดระยะเวลา17 ปีที่ผ่านมาบริษัทให้ความสำคัญในเรื่องของกระบวนการผลิตโดยเลือกใช้เทคโนโลยีเครื่องจักรที่ทันสมัยเป็นที่ยอมรับในระดับสากลเข้ามาใช้ในกระบวการผลิตเพื่อมั่นใจได้ว่าสินค้ามีคุณภาพและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมกันนี้ส่วนของการควบคุมคุณภาพได้ประสานกับหน่วยงานภาครัฐ สถาบันต่างๆ เข้ามาพัฒนาทักษะความรู้ให้กับพนักงานรวมถึงเกษตรกรผู้ปลูกมันสะปะหลัง นอกจากนี้การวิจัยและพัฒนา (R&D) บริษัทมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องเพื่อให้สามารถตอบสนองได้ตรงตามความต้องการของลูกค้าได้ รวมไปถึงการจัดส่งสินค้าที่ได้มาตรฐานพร้อมส่งมอบให้กับลูกค้าได้ตรงตามเวลาที่กำหนด

ด้านสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รายงานว่า ปี 2560 คาดพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลังของไทยจะมีประมาณ 8.64 ล้านไร่ ให้ผลผลิต 31.19 ล้านตัน และผลผลิตต่อไร่ 3.61 ตัน เทียบกับปี 2559 พื้นที่เก็บเกี่ยวลดลง 3.16% เนื่องจากเกษตรกรปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่นทดแทน เช่นอ้อยโรงงาน เป็นต้น แต่ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น 5.04% เนื่องจากสภาพภูมิอากาศเอื้ออำนวยทำให้ต้นมันสำปะหลังเจริญเติบโตได้ดี จะส่งผลให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น ส่วนการส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของไทยในปีนี้คาดจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากประเทศคู่ค้ายังมีความต้องการในรูปของมันเส้นและแป้งมันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเทศจีนผู้นำเข้าหลักจากไทย

อย่างไรก็ดี ยังมีปัจจัยเสี่ยง อาทิ หากประเทศจีนมีมาตรการระบายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในสต๊อกของรัฐบาล หรือลดการนำเข้ามันเส้นจากไทย รวมถึงผลผลิตของเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะกัมพูชา เวียดนามและลาว มีปริมาณเพิ่มขึ้น หรือราคาพืชทดแทน เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปรับตัวลดลง จะส่งผลกระทบต่อราคามันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์ของไทยได้

 สำหรับผลผลิตมันสำปะหลัง ปี 2560 (เริ่มออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 – กันยายน 2560) คาดว่ามีพื้นที่เก็บเกี่ยว 8.91 ล้านไร่ ผลผลิต 31.00 ล้านตัน ผลผลลิตต่อไร่ 3.48 ตัน เมื่อเทียบกับปี 2559

ที่มีพื้นที่เก็บเกี่ยว 9.06 ล้านไร่ ผลผลิต 31.16 ล้านตัน และผลผลิตต่อไร่ 3.44 ตัน พบว่า พื้นที่เก็บเกี่ยวและผลผลิตลดลงร้อยละ 1.66 และ 0.51 ตามลำดับ แต่ผลผลิตต่อไร่สูงขึ้นร้อยละ 1.16 โดยเดือนเมษายน 2560 คาดว่าจะมีผลผลิตออกสู่ตลาด 3.12 ล้านตัน (ร้อยละ 10.07 ของผลผลิตทั้งหมด)

ทั้งนี้ผลผลิตมันสำปะหลังปี 2560 ออกสู่ตลาดแล้ว (ตุลาคม 2559 – เมษายน 2560) ปริมาณ 23.74 ล้านตัน (ร้อยละ 76.58 ของผลผลิตทั้งหมด)

ผลผลิตมันสำปะหลังเริ่มออกสู่ตลาดน้อยลง ราคาส่งออกมันเส้นและแป้งมันอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ส่งผลให้ราคาหัวมันสำปะหลังสดอยู่ในเกณฑ์ต่ำด้วยเช่นกัน

ราคาที่เกษตรกรขายได้ทั้งประเทศประจำสัปดาห์ สรุปได้ดังนี้

ราคาหัวมันสำปะหลังสด สัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 1.26 บาท ราคาลดลงจากกิโลกรัมละ 1.28 บาท ในสัปดาห์ก่อนคิดเป็นร้อยละ 1.56

ราคามันเส้น สัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 3.89 บาท ราคาเพิ่มจากกิโลกรัมละ 3.87 บาท ในสัปดาห์ก่อนคิดเป็นร้อยละ 0.52

ราคาขายส่งในประเทศ

ราคาขายส่งมันเส้น (ส่งมอบ ณ คลังสินค้าเขต จ.ชลบุรี และ จ.อยุธยา) สัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 4.78 บาท ราคาทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ก่อน

ราคาขายส่งแป้งมันสำปะหลังชั้นพิเศษ (ส่งมอบ ณ คลังสินค้าเขต กรุงเทพและปริมณฑล) สัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 10.95 บาท ราคาทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ก่อน

ราคาส่งออก เอฟ.โอ.บี

ราคาส่งออกมันเส้น สัปดาห์นี้เฉลี่ยตันละ 160 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือตันละ 5,454 บาท

ราคาทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ก่อน แต่ราคาลดลงในรูปเงินบาทตันละ 43 บาท

ราคาส่งออกแป้งมันสำปะหลัง สัปดาห์นี้ไม่มีรายงาน

ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า การส่งออกมีแนวโน้มฟื้นตัวในปี 2560 ส่งผลดีต่อการส่งออกอุตสาหกรรมอาหารในภาพรวม มูลค่าการส่งออกในปี 2560 มีแนวโน้มกลับมาขยายตัวเป็นบวกต่อเนื่องจากปี 2559 ที่ขยายตัวได้ร้อยละ 0.1 โดยการส่งออกได้รับอานิสงส์จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกที่ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในปี 2559 รวมทั้งค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าลง ทั้งนี้การส่งออกที่มีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นส่วนหนึ่งมาจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมอาหารที่เป็นอุตสาหกรรมสำคัญในโครงสร้างเศรษฐกิจของไทย โดยในปี 2560 การส่งออกอุตสาหกรรมอาหารมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีจากการฟื้นตัวของผลผลิตทางการเกษตรที่เป็นวัตถุดิบของอุตสาหกรรมอาหารจากภาวะภัยแล้งในปีก่อนหน้า และแนวโน้มการส่งเสริมอุตสาหกรรมของภาครัฐ นอกจากนั้นปัจจัยแวดล้อมต่างๆ อาทิ เช่น ความเป็นไปได้ที่ไทยอาจจะได้รับการยกเลิกใบเหลืองจาก IUU Fishing การยกเลิกการนำเข้าสินค้าไก่ของไทยของเกาหลี ไข้หวัดนกที่แพร่ระบาดในหลายประเทศผู้บริโภคหลัก ล้วนเป็นปัจจัยบวกต่ออุตสาหกรรมอาหารของไทยในปี 2560 ทั้งสิ้น จากปัจจัยเศรษฐกิจทั้งภายในและภายนอกที่กระทบต่ออุตสาหกรรมอาหาร ทำให้คาดว่า อุตสาหกรรมของไทยจะมีมูลค่าส่งออกในปี 2560 ที่ประมาณ 27.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัวจากปี 2559 ที่มีมูลค่า 26.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็นร้อยละ 4

การส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังยังคงน่ากังวลจากภาวะเศรษฐของจีน

จีนเป็นคู่ค้าหลักในการส่งออกมันสำปะหลังของไทยที่มีสัดส่วนการนำเข้าจากไทยในจำนวนที่สูง ซึ่งภาวะเศรษฐกิจจีนที่ขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งนโยบายการระบายสต็อกข้าวโพดของจีน ซึ่งเป็นสินค้าทดแทนมันสำปะหลังทำให้ความต้องการผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของไทยลดลง อีกทั้งในปี 2560 คาดว่าผลผลิตมันสำปะหลังจะยังคงออกมาเป็นจำหนวนมาก ทำให้ราคามันสำปะหลังมีแนวโน้มปรับลดลงและคาดว่าจะทำให้มูลค่าการส่งออกมันสำปะหลังหดตัวจากปีก่อนที่ร้อยละ 1.4 คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2.85 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

แม้ว่าในปี 2560 การส่งออกมีแนวโน้มที่ดีขึ้น รวมทั้งอุตสาหกรรมอาหารที่คาดว่าจะมีแนวโน้มที่ดีอย่างไรก็ตามในระยะข้างหน้าผู้ประกอบการในอุตสากรรมอาหารอาจจะต้องติดตามและปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยอุตสาหกรรมอาหารเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องเผชิญมาตรการกีดกันทางการค้าที่เป็นภาษีและไม่ใช่ภาษีบ่อยครั้ง เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งผู้ประกอบการขนาดใหญ่ในไทยได้มีการปรับตัวเพื่อลดอุปสรรคในการค้าด้วยการขยายการลงทุนไปในต่างประเทศจำนวนหนึ่ง ซึ่งจะส่งผลให้รายได้ในการส่งออกของประเทศมีแนวโน้มลดลง แต่จะกลับเข้ามาเป็นรายได้ประชาชาติแทน อย่างไรก็ตามกระแสความนิยมในอาหารไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องซึ่งเห็นได้จากการเพิ่มขึ้นของร้านอาหารไทยในต่างประเทศเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมอาหารไทยผ่านความต้องการนำเข้าวัตถุดิบและสิ่งปรุงรสที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในระยะข้างหน้า

 
 
 

ฐานสมุทร บริษัทฐานสมุทรปราการ จำกัด จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ hitwebcounter  
122 ซ. สุภาพงษ์ แยก 5-2 แขวงหนองบอน เขตประเวช กรุงเทพฯ 10250
โทรศัพท์: 02-7434999 Email: theccn_news@yahoo.com