English News
ติดต่อเราได้ที่   
หน้าแรก สารการค้า ไดนามิค อินดรัสตี้ ติดต่อโฆษณา เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา
Tharn Samutprakarn
หนังสือพิมพ์ ไดนามิค อินดัสตรี้
 
TASCOลั่นปี 60 ปั้นสถิติการขายใหม่ 2.4 ล.ตัน
[Dynamic] - ธุรกิจการตลาด : ฉบับที่ 343 ประจำวันที่ 8 พฤษภาคม 2560

TASCO ตั้งเป้าสถิติปริมาณการขายใหม่ปี 60 ที่ 2.4 ล้านตัน ขยายธุรกิจสู่ผู้รับเหมาก่อสร้างหลังเข้าถือหุ้นในบริษัท ไทยสเลอรี่ ซิล จำกัด ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญงานซ่อมบำรุงถนน โดยเฉพาะงานผิวทางแอสฟัลท์ ถนน สนามบิน สะพาน สนามแข่งรถและสนามทดสอบรถ วาดแผนปี 60 เพิ่มกำลังการผลิตโรงกลั่นจาก 30,000 บาร์เรลต่อวันเป็น 60,000 บาร์เรลต่อวัน เผย 9 เดือนปีที่ผ่านมามียอดขาย 1.49 ล้านตันและกำไรกว่า 2.2 พันล้าน

นายชัยวัฒน์ ศรีวรรณวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ  บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TASCO เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าปริมาณการขายในปี 2560 นี้จะทำสถิติสูงสุดใหม่มาอยู่ที่ 2.4 ล้านตัน จากปีก่อนที่ 2.1 ล้านตัน โดยแบ่งสัดส่วนเป็นยอดขายต่างประเทศ 75% และยอดขายในประเทศที่ 25% ใกล้เคียงกับปีก่อน โดยการเติบโตของความต้องการยางมะตอยในต่างประเทศมีค่อนข้างมาก เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาได้มีการชะลอคำสั่งซื้อหลังจากคาดการณ์ว่าราคาจะปรับตัวลดลง แต่เมื่อผู้ซื้อทราบว่าคาดการณ์ผิดทำให้มีการสั่งซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมาก และราคาปรับขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าปีนี้ราคาขายยางมะตอยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 310 เหรียญสหรัฐ/ตัน

นอกจากนี้บริษัทคาดว่ายอดขายในประเทศอินเดียจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปัจจุบันอยู่ที่  6 แสนตัน/ปีในอีกไม่นานจากนี้ โดยจะเป็นสัดส่วนส่งออกหลักเช่นเดียวกับตลาดจีน อินโดนีเซีย และออสเตรเลีย โดยปัจจุบันบริษัทได้ส่งทีมงานเข้าไปศึกษาและเตรียมพร้อมบุกตลาดนี้อย่างเต็มที่ เนื่องจากยังมีความต้องการอีกมากและน่าจะเติบโตได้อย่างต่อเนื่องด้วย

"ยอดขายในประเทศเราเชื่อว่าจะมีการเติบโตอย่างเนื่องจากปีก่อน ด้วยงบประมาณประจำปีของภาครัฐที่ปรับตัวสูงขึ้น 4% และยังจะมีงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจที่เน้นการลงทุนในระบบรางและถนนออกมาเพิ่มเติมอีก ขณะที่ต่างประเทศหลังชะลอคำสั่งซื้อในระยะเวลาหนึ่งจากการคาดการณ์ว่าราคาจะปรับลดลงจากสถานการณ์ที่อุปทานมากกว่าอุปสงค์ แต่ปรากฏว่าราคาไม่ลดลงอย่างที่คิดทำให้มีคำสั่งซื้อเข้ามาจำนวนมากและเข้าสูงจุดสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน โดยปีนี้คาดว่ายอดขายต่างประเทศจะเติบโตได้ 15%"นายชัยวัฒน์ กล่าว

ทั้งนี้บริษัทยังอยู่ระหว่างศึกษาการลงทุนเพื่อที่จะขยายกำลังการผลิตอีกเท่าตัว จากปัจจุบันอยู่ที่ 1-1.2 ล้านตันต่อปี โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปการขยายกำลังการผลิตและงบประมาณการลงทุนในช่วงไตรมาส 4/60 นอกจากนี้ บริษัทยังได้ทำสัญญาซื้อน้ำมันจากประเทศเวเนซุเอลา โดยเบื้องต้นมีสัญญาถึงปี 63 และอยู่ระหว่างเจรจาเพื่อขยายสัญญาเพิ่มเป็น 10 ปีเพื่อให้นักลงทุนมั่นใจว่าบริษัทจะมีแหล่งวัตถุดิบรองรับการเติบโตในระยะยาวได้

นายชัยวัฒน์ เผยอีกว่า นอกจากนี้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 6/2559 ได้มีมติให้บริษัทซื้อหุ้นเพิ่มทุน 25% ในบริษัท ไทยสเลอรี่ ซิล จำกัด

ทั้งนี้ บริษัท ไทยสเลอรี่ ซิล จำกัด เป็นผู้เชี่ยวชาญงานซ่อมบำรุงถนน โดยเฉพาะงานผิวทางแอสฟัลท์ ถนน สนามบิน สะพาน สนามแข่งรถและสนามทดสอบรถ

ก่อนหน้านี้ธุรกิจกลุ่มบริษัท คือ การผลิตยางมะตอยและจัดส่งให้แก่ผู้รับเหมาก่อสร้าง การเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุน 25% ในบริษัท ไทยสเลอรี่ ซิล จำกัดในครั้งนี้ ทำให้บริษัทถือเป็นผู้ประกอบการยางมะตอยแบบครบวงจรในประเทศไทยอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นไปตาม พันธกิจ 2563 ของบริษัท

“เราคือผู้นำในธุรกิจยางมะตอยแบบครบวงจรและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล” ทำให้บริษัทสามารถที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีการซ่อมบำรุงทางใหม่ๆให้กับหน่วยงานราชการได้รวดเร็วขึ้น"

สำหรับปริมาณการขาย ยางมะตอยปีที่ผ่านมาลดลงเหลือราว 2.1 ล้านตัน จาก ปี 2558 ทำได้ 2.3 ล้านตัน งวด 9 เดือนที่ผ่านมาทำได้ 1.5 ล้านตัน สาเหตุหลักมาจากยอดขายยางมะตอยต่างประเทศลดลง โดยเฉพาะที่จีน อินโดนีเซีย และเวียดนาม ซึ่งเป็นประเทศหลักที่บริษัทส่งออก

ขณะที่ยอดขายในประเทศกลับปรับตัวดีขึ้น หลังจากภาครัฐเร่งเบิกจ่าย งบประมาณรวดเร็วขึ้น โดยคาดว่ายอดขายยางมะตอยในประเทศในปีนี้จะไม่ต่ำกว่า 5 แสนตัน โดยเป็นสถิติสูงสุดหลังจาก 9 เดือนบริษัทมียอดขายในประเทศ 4.9 แสนตัน ปัจจุบันสัดส่วนยอดขายของ บริษัท แบ่งเป็นในประเทศ 20-30% และยอดขายต่างประเทศ 70-80%

สำหรับผลประกอบการใน 9 เดือนแรกของปี 2559 มียอดขาย 1.49 ล้านตัน รายได้รวมอยู่ที่ 16,897 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 2,217 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ร้อยละ 13.1 ส่วนผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/59 มียอดขายรวม 0.46 ล้านตัน รายได้รวมอยู่ที่ 4,793 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 329 ล้านบาท

"ภาพรวมยอดขายยางมะตอยในไตรมาส 4 ใกล้เคียงกับไตรมาส 3 แต่โดยหลักจะมาจากยอดขายในประเทศ ผลจากภาครัฐเร่งใช้งบ จะเห็นได้จากการก่อสร้างถนน การซ่อมแซมเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ไตรมาส 3 เป็นไตรมาสที่ยอดขายต่ำที่สุดเพราะเข้าสู่ฤดูฝน และภาครัฐ ไม่ได้มีแผนลงทุน อย่างไรก็ตามภาพรวมปีนี้ คาดว่าทั้งปียอดขายจะทำได้แค่ 2 ล้านตัน แต่คาดปีหน้ายอดขายจะกลับมาไม่ ต่ำกว่า 2.3 ล้านตัน สาเหตุหลักมาจาก ต่างประเทศจะฟื้นคืนกลับมา โดยเฉพาะ ที่เวียดนาม และอินโดนีเซีย" นายชัยวัฒน์ กล่าว

สำหรับแผนการให้ข้อมูลนักลงทุนต่างประเทศในปีหน้าอยู่ระหว่างการทำแผนจากปีนี้ที่บริษัทมีการให้ข้อมูลนักลงทุนในประเทศ 2-3 ครั้ง ขณะที่ต่างประเทศ 2 ครั้ง ที่สิงคโปร์ และฮ่องกง ที่ผ่านมามีนักลงทุนให้การตอบรับกับบริษัทเป็นอย่างดี

อนึ่ง บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยางมะตอย เพื่อใช้ในงานก่อสร้างและซ่อมบำรุงทาง ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานการคมนาคมของประเทศ โดยตลอด ระยะเวลาในการดำเนินงาน บริษัทฯ ยึดมั่น ในการบริการที่ดีเลิศแก่ลูกค้าเป็นสำคัญ ด้วยการพัฒนาและสรรหาเทคนิคใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์คุณภาพ ด้วยระบบการจัดการที่เป็นมาตรฐานสากล ภายใต้จิตวิญญาณการบริหารงานด้วยความซื่อสัตย์และรับผิดชอบ เพื่อการก้าวสู่ความเป็นผู้นำในภูมิภาคเอเชีย

ในประเทศไทย บริษัทฯ มีโรงงานผลิตและคลังเก็บยางมะตอยที่ตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ เพื่อความพร้อมในการให้บริการอย่างทั่วถึงและรองรับความต้องการของลูกค้าในทุกภูมิภาคการที่มีโรงงานที่กระจายไปตามภูมิภาคเช่นนี้ ทำให้บริษัทสามารถส่งสินค้าให้กับประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างสะดวกรวดเร็วด้วยรถขนส่งยางมะตอยของบริษัทมากกว่า 300 คัน อีกด้วย การจัดการด้านการขนส่งที่เป็นเลิศมีส่วน

สำคัญที่ทำให้ทิปโก้แอสฟัลท์คงความเป็นผู้นำไว้ได้ในตลาดในประเทศ นอกจากนี้ บริษัทยังเป็นเจ้าของเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศขนาดใหญ่ 9 ลำซึ่งมีบทบาทสำคัญในการส่งออกสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศตลอดจนสำหรับการนำเข้ายางมะตอยสู่ประเทศไทยในสภาวะที่ยางมะตอยในประเทศไทยขาดแคลน

ทิปโก้แอสฟัลท์ มีฐานโรงกลั่นยางมะตอยอยู่ที่เมือง Kemaman ในประเทศมาเลเซีย ซึ่งดำเนินการโดยบริษัทย่อยชื่อ Kemaman Bitumen Company Sdn. Bhd. โรงกลั่นแห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ 26 เฮคเตอร์ ในเขตอุตสาหกรรม Telok Kalong 

ทั้งนี้ตลอดระยะเวลา 25 ปี บริษัทมุ่งมั่นพัฒนาประสิทธิภาพเพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพให้กับลูกค้ารวมถึงไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมด้วยที่ผ่านมาได้รับรับการรับรองระบบมาตรฐานและรางวัลต่างๆ เป็นจำนวนมากซึ่งการันตรีได้ถึงการดำเนินงานที่ดีของบริษัทตลอดมา เช่น รางวัลอุตสาหกรรมสีเขียวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสังคม, รางวัลสถานประกอบต้นแบบดีเด่นด้าน ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพ แวดล้อมในการทำงานระดับประเทศเป็น สิ่งที่แสดงถึงความมุ่งมั่นและการตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยและ อนามัย สถานประกอบกิจการดีเด่นด้าน ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพ แวดล้อมในการทำงานของพนักงาน และ เสริมสร้างให้สภาพแวดล้อมในการทำงานมี ความปลอดภัย

โครงการรณรงค์ลดสถิติอุบัติเหตุจากการทำงานให้เป็นศูนย์ โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน มีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์ให้สถานประกอบกิจการดำเนินการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยในการทำงานเพื่อลดสถิติการประสบอันตรายจากการทำงานของลูกจ้างในสถานประกอบกิจการ จนไม่สูญเสียวันทำงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อให้แรงงานปลอดภัยและสุขภาพอนามัยและระบบมาตรฐานคุณภาพ ISO 9001, ISO 14001, TIS 18001, ISO 2600 และมาตรฐานแรงงานไทย 

 
 
 

ฐานสมุทร บริษัทฐานสมุทรปราการ จำกัด จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ hitwebcounter  
122 ซ. สุภาพงษ์ แยก 5-2 แขวงหนองบอน เขตประเวช กรุงเทพฯ 10250
โทรศัพท์: 02-7434999 Email: theccn_news@yahoo.com