English News
ติดต่อเราได้ที่   
หน้าแรก สารการค้า ไดนามิค อินดรัสตี้ ติดต่อโฆษณา เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา
Tharn Samutprakarn
หนังสือพิมพ์ ไดนามิค อินดัสตรี้
 
กลุ่มที.พี.เค.อัดผลิตเอทานอล 1 ล้านลิตร/วัน
[Dynamic] - Hilight News : ฉบับที่ 343 ประจำวันที่ 8 พฤษภาคม 2560

Loading image...

กลุ่มบริษัท ที.พี.เค. ปักธงเดินหน้าลงทุนขยายการผลิตเอทานอล แป้งมัน และท่าเรือ เพื่อรองรับตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ชูกระบวนการผลิตตามมาตรฐานโรงงานสีเขียวหนุนความเชื่อมั่นในโครงข่ายการผลิตรวมถึงชุมชนและสิ่งแวดล้อม ย้ำที่ผ่านมาการดำเนินธุรกิจมุ่งพัฒนาเกษตรกรและอุตสาหกรรมแป้งมันของประเทศ

นายวันชัย ตั้งติพงศ์กูล กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท ที.พี.เค. เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัท ทีพีเคมีการขยายการลงทุนเพิ่มเติมในส่วนของธุรกิจผลิตเอทานอล แป้งมัน และธุรกิจท่าเรือ คาดว่าในปี 2560 นี้ จะสามารถเปิดเดินเครื่องผลิตได้ทั้งโรงงานผลิตเอทานอลและโรงแป้ง โดยใช้งบลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท   

ทั้งนี้ กลุ่มบริษัท ทีพีเค เป็นผู้ดำเนินอุตสาหกรรมมันสำปะหลังมานานกว่า 45 ปี ได้เห็นความสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมมันสำประหลังให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น จึงลงทุนสร้างโรงงานผลิตเอทานอลขนาดใหญ่ที่สุดใน South East Asia บนเนื้ที่ 1,230 ไร่ โดยมีมันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต มีกำลังการผลิตเอทานอลรวมทั้งสิ้น1,020,000 ลิตร/วัน เพื่อใช้เป็นส่วนผสมของน้ำมันเชื้อเพลิง

สำหรับโรงงานผลิตเอทานอล แบ่งการก่อสร้างออกเป็น 3 เฟส เฟสแรกเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 2558 โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตมาจากประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งมีความชำนาญการผลิตเอทานอลจากแป้งซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่นำมาใช้กับหัวมันสำปะหลังซึ่งประเทศไทยมีการปลูกได้มาก และราคาต้นทุนต่ำที่สุดในพืชจำพวกแป้ง ส่วนโรงงานผลิตแป้งมันจากมันสำปะหลังนั้นได้มีการขยายกำลังการผลิตแป้งมัน เพื่อรองรับความต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ด้านการผลิต กลุ่มทีพีเค ยึดตามมาตรฐานโรงงานสีเขียว (Green Industry) ของกระทรวงอุตสาหกรรม โดยการดำเนินงานและกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนให้ความสำคัญกับการอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืน ด้วยการนำเทคโนโลยีการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาใช้ในกระบวนการผลิตควบคู่กับการสร้างเครือข่ายสีเขียวที่ยั่งยืน (Green Network) ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ครอบคลุมทั้งซัพพลายเออร์และลูกค้า พร้อมนำหลักการ Eco Symbiosis หรือหลักการพึ่งพาอาศัยกันมาปรับใช้ในการจัดการของเสียของโรงงานร่วมกับคู่ค้า คู่ธุรกิจ ตลอดจนยังมีส่วนร่วมกับชุมชมและสังคมในการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

“โครงการอุตสาหกรรมสีเขียว” จัดขึ้นโดยกระทรวงอุตสาหกรรมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 เพื่อเป็นการส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมให้มีการประกอบกิจการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีความรับผิดชอบต่อสังคม ให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถดำเนินกิจการร่วมกับสังคมและชุมชนได้อย่างมีความสุขไปพร้อมๆ กัน เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Green Network) โดยมุ่งเน้นเรื่องการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการผลิตและการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความรับผิดชอบต่อสังคมทั้งภายในและภายนอกองค์กร ตลอดห่วงโซ่อุปทาน”

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กลุ่มบริษัท ทีพีเค มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างความสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ภายใต้หลักบรรษัทภิบาลเพื่อความยั่งยืนโดยมุ่งสร้างประโยชน์สูงสุดต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย พร้อมส่งเสริมให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัททุกส่วนไม่ว่าจะเป็นชุมชน คู่ค้า พนักงาน หรือส่วนอื่นๆ ได้ร่วมกันดำเนินงานตามแนวทางดังกล่าวอย่างจริงจังและต่อเนื่อง อีกทั้งมีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างกัน

ที่ผ่านมากลุ่มบริษัท ทีพีเค ทำกิจกรรมต่างๆ มากกมาย เพื่อช่วยเหลือสังคมเกตรกร รวมถึงการพัฒนาเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังและยังคงดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การบูรณาการร่วมกันกับชุมชนทุกภาคส่วน ก่อเกิดโครงการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ หลากหลายโครงการ อาทิเช่น การร่วมมือสมาพันธ์ไร่มันสำปะหลังแห่งประเทศไทย เพื่อรับซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา โดยกลุ่มบริษัท ทีพีเค ได้ลงนามความร่วมมือระหว่างสมาพันธ์ไร่มันสำปะหลังแห่งประเทศไทยตามโครงการเชื่อมโยงตลาดมันสำปะหลังสู่อุตสาหกรรมเอทานอล เพื่อรับซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา นำไปผลิตเป็นเอทานอลป้อนสู่ตลาด

นายอธิษฐ์ พุ่มเข็ม ผู้บริหาร โรงงาน ทีพีเค เอทานอล กล่าวว่า จังหวัดนครราชสีมาถือเป็นแหล่งผลิตมันสำปะหลังที่มีคุณภาพและมีกำลังผลิตมากที่สุดในประเทศไทย ปีละ 7 ล้านตัน ซึ่งการลงนามบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสดีที่จะช่วยเหลือเกษตรกรจากสภาวะราคามันสำปะหลังตกต่ำ ด้วยกลไกทางการตลาด ซึ่งการลงนามความร่วมมือครั้งนี้เป็นการสร้างตลาดให้กับเกษตรกร สำหรับโรงงานทีพีเค เอทานอล จะดำเนินการผลิตเอทานอล และรับซื้อมันสำปะหลังได้ ในปีการผลิต 2560 สามารถรับซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรได้ถึงวันละ 2,000 ตัน ผลิตเอทานอลได้วันละ 300,000 ลิตรต่อวัน ใช้งบลงทุนในการก่อสร้างโรงงานทั้ง 3 เฟส กว่า 3 พันล้านบาท ทั้งนี้การรับซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรได้มีการทำความเข้าใจถึงคุณภาพของมันสำปะหลังที่โรงงานต้องการ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการ สำหรับราคาการรับซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรนั้น ขึ้นอยู่กับกลไกทางการตลาด ทั้งหัวมันสด และมันเส้น

ด้านสมาคมผู้ผลิตเอทานอลจากมันสำปะหลัง รายงานว่า ในการหารือร่วมกับกรมการค้าต่างประเทศ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ได้ข้อสรุปว่าในกลุ่มผู้ผลิตเอทานอลจากมันสำปะหลังเสนอรับข้าวปริมาณ 1.3 ล้านตัน เพื่อนำมาผลิตเป็นเอทานอล คาดว่าจะสามารถผลิตได้ปริมาณ 400 ล้านลิตร (ข้าวเสื่อม 3.4 กิโลกรัมได้เอทานอล 1 ลิตร) โดยรวมโรงงานเอทานอลจากมันสำปะหลังที่เข้าร่วม 12-13 ราย และอีก 6-7 ราย เป็นโรงงานเอทานอลที่ใช้ทั้งกากน้ำตาล (โมลาส) และมันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบ

ทั้งนี้กลุ่มผู้ผลิตเอทานอลจากมันสำปะหลังได้ยื่นเสนอว่า 1) ต้องมีการเปิดประมูลข้าวเป็นรายโกดัง 2) ต้องการให้ราคาข้าวเป็นไปตามข้อเท็จจริง ไม่ต้องการให้มีการจำหน่ายข้าวราคาที่ถูกจนเกินไป เพื่อป้องกันกระแสสังคมมองว่ากลุ่มผู้ผลิตเอทานอลจากมันสำปะหลังเข้ามาหาประโยชน์จากข้าวดังกล่าว และ 3) ต้องการให้ระบบการจ่ายเงิน-รับเงินเพื่อซื้อขายข้าวเสื่อมคุณภาพดังกล่าวโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ อย่างไรก็ตามขั้นตอนต่อจากนี้คือ การกำหนดหลักเกณฑ์ในการเปิดประมูลข้าวเสื่อมคุณภาพดังกล่าวจากกระทรวงพาณิชย์เท่านั้น สำหรับกระบวนการผลิตไม่มีปัญหา เพียงแค่เพิ่มอุปกรณ์ในการบดข้าวเข้าไปเท่านั้น รวมถึงในข้าวและมันสำปะหลังต่างมีเปอร์เซ็นต์แป้งที่สามารถนำมาผลิตเอทานอลได้

"เป็นการเข้ามาช่วยเหลือภาครัฐอย่างแท้จริง เพราะเดิม ก.พาณิชย์จะใช้วิธีเผาทิ้งเท่านั้น ซึ่งภายหลังจากที่หารือในระดับกระทรวงรวม 3 ครั้งที่ผ่านมาน่าจะทำประโยชน์จากข้าวเสื่อมได้ด้วยการนำมาผลิตเป็นเอทานอลแทน ครั้งนี้ต้องการช่วยภาครัฐจริง ๆ เพราะที่ผ่านมาภาครัฐก็ให้การส่งเสริมพลังงานทดแทนให้มีการใช้เอทานอลเพิ่มมากขึ้นด้วย"

การนำข้าวเสื่อมคุณภาพมาผลิตเป็นเอทานอลนั้นจะไม่กระทบต่อราคามันสำปะหลังแน่นอน เนื่องจากปัจจุบันไทยผลิตมันสำปะหลังประมาณ 30 ล้านตัน/ปี แต่ความต้องการส่งออกมากถึง 40 ล้านตัน/ปี เท่ากับว่าต้องนำเข้ามันสำปะหลังเพื่อมารองรับการใช้ด้วยซ้ำ สำหรับมันสำปะหลังที่นำมาป้อนให้อุตสาหกรรมเอทานอลเพียง 2 ล้านตัน/ปีเท่านั้น

ปัจจุบันมีโรงงานผลิตเอทานอลในประเทศรวมประมาณ 24 โรงงาน แบ่งเป็นโรงงานเอทานอลที่ใช้มันสำปะหลัง 9 โรง คือ 1. บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด กำลังผลิต 400,000 ลิตร/วัน 2. บริษัท ไทยเอทานอล พาวเวอร์จำกัด (มหาชน) กำลังผลิต 130,000 ลิตร/วัน 3. บริษัท อี 85 จำกัด (เดิมคือบริษัท ดับเบิลเอ เอทานอล จำกัด) กำลังผลิต 250,000 ลิตร/วัน 4. บริษัท ทรัพย์ทิพย์ จำกัด กำลังผลิต 200,000 ลิตร/วัน 5. บริษัท ไท่ผิงเอทานอล จำกัด กำลังผลิต300,000 ลิตร/วัน 6. บริษัท พี.เอส.ซี.สตาร์ช โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) กำลังผลิต150,000 ลิตร/วัน 7. บริษัท สีมาอินเตอร์โปรดักส์ จำกัด กำลังผลิต 150,000 ลิตร/วัน 8. บริษัท ที พี เค เอทานอล จำกัด แบ่งเป็นเฟส 1-3 รวมกำลังผลิตประมาณ 1 ล้านลิตร/วัน และ และ9. บริษัท อิมเพรสเทคโนโลยี จำกัด กำลังผลิต 200,000 ลิตร/วัน

นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การตึงตัวของการผลิตเอทานอลในช่วงเดือนธันวาคม 2559 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2560 เนื่องจากฤดูกาลเปิดหีบอ้อย  ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเลื่อนออกไปจากระยะเวลาเดิมตามแผนที่กำหนด จึงอาจส่งผลกระทบกับการจัดหาของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ที่ใช้เอทานอลผสมเป็นแก๊สโซฮอล์บางราย โดยเฉพาะรายที่มีปริมาณเอทานอลคงเหลือต่ำ

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการติดตามสถานการณ์เอทานอลอย่างใกล้ชิด ให้สามารถแก้ไขและป้องกันปัญหาการขาดแคลนเอทานอลได้ทันท่วงที และเพื่อมิให้กระทบต่อความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน จึงสั่งเป็นหนังสือให้ผู้ค้าที่เป็นผู้ผลิตเอทานอล และที่เป็นผู้ใช้เอทานอลผสมเป็นแก๊สโซฮอล์เพื่อจำหน่าย ต้องรายงานปริมาณการผลิต การซื้อ การจำหน่าย ปริมาณการใช้ผสมเป็นแก๊สโซฮอล์ และปริมาณเอทานอลคงเหลือรายวันให้กรมธุรกิจพลังงานทราบ ภายในเวลา 10.00 น. ของวันทำการถัดไปทุกวัน ตามแบบที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนด ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2559 จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560

นอกจากนี้ ยังมีการออกตรวจสอบปริมาณการผลิต ปริมาณการจำหน่าย และปริมาณเอทานอลคงเหลือ ณ โรงงานผู้ผลิตเอทานอล และสถานที่เก็บเอทานอลทั่วประเทศ โดยเจ้าหน้าที่กรมธุรกิจพลังงาน และพลังงานจังหวัด ซึ่งเป็นการสอบยันข้อมูลที่ผู้ค้ารายงานว่าถูกต้องตรงกันหรือไม่ เพื่อให้สามารถนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้วิเคราะห์ และวางแผนในการแก้ปัญหาการขาดแคลนเอทานอลต่อไป

 
 
 

ฐานสมุทร บริษัทฐานสมุทรปราการ จำกัด จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ hitwebcounter  
122 ซ. สุภาพงษ์ แยก 5-2 แขวงหนองบอน เขตประเวช กรุงเทพฯ 10250
โทรศัพท์: 02-7434999 Email: theccn_news@yahoo.com