English News
ติดต่อเราได้ที่   
หน้าแรก สารการค้า ไดนามิค อินดรัสตี้ ติดต่อโฆษณา เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา
Tharn Samutprakarn
หนังสือพิมพ์ ไดนามิค อินดัสตรี้
 
เชาวน์ดีสตาร์ชทุ่ม 300 ล.สร้างรง.ไฟฟ้าไบโอแก๊ส
[Dynamic] - Hilight News : ฉบับที่ 343 ประจำวันที่ 8 พฤษภาคม 2560

เชาวน์ดีสตาร์ช (2004) รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ ลงทุนก่อสร้างโรงผลิตไฟฟ้าไบโอแก๊สมูลค่า 300 ล้านบาท มั่นใจภายในไตรมาสที่ 3 สามารถเปิดเครื่องผลิตได้ ด้านการผลิตแป้งมันดิบและโมดิฟายด์สตาร์ชมุ่งพัฒนาการผลิตให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงมุ่งลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและลดของเสียจากการผลิตให้เหลือน้อที่สุด

นายชาญชัย เชาว์ดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เชาวน์ดีสตาร์ช (2004) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัท เชาวน์ดีสตาร์ช (2004) จำกัด เป็นผู้ผลิตแป้งมันสำปะหลังที่ตระหนักถึงความสำคัญของคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์  เริ่มจดทะเบียนก่อตั้งโดย คุณสุพรรณี เชาวน์ดี เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2547 เพื่อผลิตแป้งมันสำปะหลัง ตั้งอยู่ที่ ถนนด่านขุนทด-ชัยบาดาล ต.หินดาด อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา

สำหรับผลิตภัณฑ์แป้งมันของบริษัทแบ่งการบรรจุเป็นถุงขนาดเล็ก โดยมีน้ำหนักบรรจุเริ่มตั้งแต่ 20 กิโลกรัม 25 กิโลกรัม และ 50 กิโลกรัม ถุงขนาดใหญ่ มีน้ำหนักบรรจุ 500 กิโลกรัม 850 กิโลกรัม และ 1,000 กิโลกรัม

ส่วนการผลิตแป้งโมดิฟายด์สตาร์ชนั้นผลิตภายใต้ บริษัท เชาวน์ดี โมดิฟายส์ สตาร์ช จำกัด ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาบริษัทได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้มีการขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องตลอดมา โดยมีการนำเทคโนโลยีกาผลิตอันทันสมัยเข้ามาติดตั้ง ทั้งในส่วนการผลิต ห้องปฏิบัติการ รวมถึงบุคลากรที่มีความรู้ประสบการณ์จากภายในประเทศและต่างประเทศ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า

บริษัท เชาวน์ดี โมดิฟายส์ สตาร์ช จำกัด มุ่งเน้นพัฒนาสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั้งในประเทศและตลาดโลก โดยลูกค้ามั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัทปลอดภัยจากกลูเต็น ทั้งนี้บริษัทมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายให้ลูกค้าได้เลือกครอบคลุมกลุ่มอาหาร เช่น อาหารจำพวกซอส, ลูกชิ้น, เบเกอรี่, อาหารประเภทเส้น, อาหารกระป๋อง, อาหารแช่แข็ง, แป้งชุบทอด, แฮม และไส้กรอก โดยการผสมผสานวิธีการแปรรูปที่ทันสมัย สะอาด และปลอดภัย

ส่วนการลงทุนด้านโรงผลิตไฟฟ้าไอโอแก๊สนั้นปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้าง โดยแบ่งเป็นส่วนของอาคารโรงงานไฟฟ้าและการเดินท่อจากแก๊สจากบริษัท บลู ไฟร ไบโอ จำกัด ซึ่งอยู่ในเครือเชานว์ดี สตร์าชเหมือนกันและเป็นผู้ดำเนินการรับน้ำเสียจากกระบวนการผลิตแป้งมันของเชาวน์ดีมาหมักเป็นแก๊ส ซึ่งคาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 3 นี้ สำหรับโครงงการฯ นี้ใช้งบลงทุนประมาณ 300 ล้านบาทและได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ

ปัจจุบันประเทศไทยส่งออกแป้งมันสำปะหลังมากกว่า 60% ที่เหลือใช้ในประเทศ ซึ่งในตลาดส่งออกมีการแข่งขันกันสูงระหว่างแป้งมันสำปะหลัง แป้งข้าวโพด แป้งมันฝรั่ง แป้งข้าวสาลี หรือแม้แต่อุตสาหกรรมผงชูรสก็สามารถใช้น้ำตาลเป็นวัตถุดิบได้ด้วย ทำให้ต้องดูว่าราคาแป้งมันของเราจะแข่งขันได้หรือไม่ในอุตสาหกรรมนี้ ซึ่งคาดการณ์ว่าปีหน้าราคาแป้งข้าวโพดจะมีความใกล้เคียงกับราคาแป้งมันสำปะหลัง ซึ่งต้องจับตาอัตราแลกเปลี่ยนในปีหน้าว่าจะอยู่ที่ระดับไหน แต่เราไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้เนื่องจากอุตสาหกรรมนี้มาร์จิ้นค่อนข้างต่ำ บริษัทจึงต้องมีการปรับตัวอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว

นายชาญชัย  กล่าวถึงการกำหนดนโยบายสินค้าเกษตรของรัฐบาลว่า มีความสำคัญมาก เพราะขณะนี้ประเทศใน AEC เริ่มแย่งตลาดแป้งมันสำปะหลังของไทยแล้ว เช่น พม่าเริ่มมีผลผลิตแป้งมันสำปะหลังให้โรงงานผงชูรสที่ประเทศญี่ปุ่น เพราะฉะนั้นการกำหนดนโยบายสินค้าเกษตรในจุดที่เกษตรกรอยู่ได้ อุตสาหกรรมอยู่ได้ จะทำให้เราสามารถรักษาตลาดไว้ได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม รัฐควรทบทวนโครงการแทรกแซงราคาสินค้าเกษตรทุกๆปี เพื่อปรับปรุงแก้ไขในส่วนที่ไม่ดี ให้ดีขึ้นในปีต่อๆไป เพราะแต่ละปีสถานการณ์ตลาดทั้งในประเทศและตลาดส่งออกเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

ตลอดระยะเวลากว่า 15 ปีที่ผ่านมาบริษัท เชาวน์ดี สตาร์ช จำกัด และบริษัท เชาวน์ดี โมดิฟายส์ สตาร์ช จำกัด ให้ความสำคัญในเรื่องของกระบวนการผลิตโดยเลือกใช้เทคโนโลยีเครื่องจักรที่ทันสมัยเป็นที่ยอมรับในระดับสากลเข้ามาใช้ในกระบวการผลิตเพื่อมั่นใจได้ว่าสินค้ามีคุณภาพและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมกันนี้ส่วนของการควบคุมคุณภาพได้ประสานกับหน่วยงานภาครัฐ สถาบันต่างๆ เข้ามาพัฒนาทักษะความรู้ให้กับพนักงานรวมถึงเกษตรกรผู้ปลูกมันสะปะหลัง นอกจากนี้การวิจัยและพัฒนา (R&D) ทั้ง 2  บริษัทพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องเพื่อให้สามารถตอบสนองได้ตรงตามความต้องการของลูกค้าได้ รวมไปถึงการจัดส่งสินค้าที่ได้มาตรฐานพร้อมส่งมอบให้กับลูกค้าได้ตรงตามเวลาที่กำหนด สุดท้ายเป็นเรื่องบุคลากรที่บริษัทส่งเสริมให้ความรู้โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ เข้ามาอบรให้ความรู้รวมถึงส่งพนักงานออกไปอบรมภายนอก นอกจากนี้จัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างทีมงาน ทีมงานกับผู้บริหาร ทำให้พนักงานเกิดขวัญและกำลังใจในการทำทำงานในหน้าที่ที่รับผิดชอบส่งผลให้ผลการทำงานที่ออกมามีคุณภาพและได้ประสิทธิภาพสูงสุด

รวมถึงนำระบบบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการของเสียตามหลัก 3Rs มาประยุกต์ใช้ในทุกกิจกรรมและทุกกระบวนการของบริษัท โดยมุ่งมั่นพัฒนาและดำเนินงานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมและการจัดการของเสียตามหลัก 3Rs อย่างมีประสิทธิผลดังต่อไปนี้

1.      ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กร

2.              ปกป้องและป้องกัน การเกิดมลพิษทางน้ำ และกิจกรรมอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดผลกระบบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด

3.              ควบคุมการใช้ทรพยากรธรรมชาติให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้มีปริมาณของเสียเกิดขึ้นน้อยที่สุดและนำของเสียไปใช้ประโยชน์ใหม่ให้มากที่สุด

4.              ปรับปรุงงานด้านสิ่งแวดล้อมเรื่องน้ำทิ้งที่นำเข้ามาใช้ในกระบวนการลดปริมาณฝุ่นบริเวณดั๊มจัดการของเสียที่ดีภายในโรงงาน และลดการเกิดอุบัติเหตุ

ด้านสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รายงานว่า สศก. ได้จัดทำข้อมูลปริมาณการผลิตมันสำปะหลังโรงงานเป็นประจำทุกปี เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการกำหนดแนวทางและนโยบายการผลิตมันสำปะหลังโรงงานภายในประเทศได้อย่างถูกต้องและทันต่อเหตุการณ์ โดยในปี 2559 ผลการสำรวจ พบว่า มันสำปะหลังโรงงาน (เก็บเกี่ยวตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2558 – 30 กันยายน 2559) มีปริมาณผลผลิตหัวมันสด 31.16 ล้านตัน เนื้อที่เก็บเกี่ยว 9.07  ล้านไร่ ผลผลิตต่อไร่ 3,437 กิโลกรัม

ในการนี้ สศก. ได้ร่วมมือกับสมาคมการค้าและผู้ผลิตมันสำปะหลัง 4 สมาคม ประกอบด้วย สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือและสมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย ทำการสำรวจภาวะการผลิตและการค้ามันสำปะหลังโรงงาน ซึ่งทั้ง 4 สมาคมได้ให้การยอมรับรายงานผลการสำรวจของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรตรงกับสภาพความเป็นจริงในพื้นที่

สำหรับมันสำปะหลังโรงงาน เป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย สามารถแปรรูปเป็นมันเส้น มันอัดเม็ด แป้งมันสำปะหลัง และอื่นๆ เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น อาหาร อาหารสัตว์ สารให้ความหวาน ผงชูรส กระดาษ สิ่งทอ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังสามารถนำไปผลิตเป็นเอทานอลซึ่งเป็นพลังงานทดแทนได้อีกทางหนึ่ง ทำให้ความต้องการใช้มันสำปะหลังโรงงานมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกปี โดยแบ่งออกเป็นการใช้ในประเทศประมาณร้อยละ 20 – 25 ส่วนที่เหลือร้อยละ 75 – 80 เป็นการส่งออก

ทั้งนี้ ปี 2560 นี้ สศก. คาดว่าเนื้อที่เก็บเกี่ยว ผลผลิต มันสำปะหลังโรงงาน ปี 2560 จะลดลงจากปี 2559 เนื่องจากเกษตรกรขาดแคลนท่อนพันธุ์ จากภัยแล้งช่วงต้นปี 2559 ทำให้ต้นมันแห้งตายต้องปลูกหลายรอบ อย่างไรก็ตาม คาดว่า ผลผลิตต่อไร่จะเพิ่มขึ้น เนื่องจากปริมาณน้ำฝนตั้งแต่กลางปี 2559 มากกว่าปี 2558  

 
 
 

ฐานสมุทร บริษัทฐานสมุทรปราการ จำกัด จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ hitwebcounter  
122 ซ. สุภาพงษ์ แยก 5-2 แขวงหนองบอน เขตประเวช กรุงเทพฯ 10250
โทรศัพท์: 02-7434999 Email: theccn_news@yahoo.com