English News
ติดต่อเราได้ที่   
หน้าแรก สารการค้า ไดนามิค อินดรัสตี้ ติดต่อโฆษณา เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา
Tharn Samutprakarn
หนังสือพิมพ์ ไดนามิค อินดัสตรี้
 
เมื่อ “จีน” และ “ญี่ปุ่น” กลายเป็น เป้าใหญ่ในการหาเสียงของสหรัฐ
[Dynamic] - เกาะติดโลก..โดยแมลงอินเตอร์ : ฉบับที่ 330 ประจำวันที่ 1-15 เมษายน 2559

เป็นธรรมดาไปเสียแล้วสำหรับนักการเมืองอเมริกันที่จะต้องหาแพะรับบาปสำหรับปัญหาเศรษฐกิจของประเทศตัวเองในฤดูหาเสียงเลือกตั้ง

        การเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีปีนี้ก็ไม่ต่างกัน  จีนและญี่ปุ่นได้กลายเป็นเป้าใหญ่ของผู้สมัครเกือบทุกคน   ทั้งสองประเทศถูกโจมตีอย่างเผ็ดร้อนว่าดำเนินนโยบายทุกอย่างเพื่อเอาเปรียบสหรัฐในด้านการค้าและการลงทุน

       แต่คนที่พูดเรื่องนี้เสียงดังที่สุดและดุดันที่สุดคือ “โดนัลด์ ทรัมป์” มหาเศรษฐีด้านอสังหาริมทรัพย์ซึ่งกำลังหาเสียงอย่างหนักเพื่อเป็นตัวแทนของพรรคริพับลิกันในการชิงตำแหน่งประธานาธิบดีที่จะมีการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายนนี้

        ในสายตาของผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคริพับลิกัน ทรัมป์เป็นตัวป่วนที่กำลังสร้างความแตกแยกให้กับพรรคด้วยการหาเสียงที่เน้นการใช้ภาษาและลีลาที่ดุเดือดในการโจมตีคู่แข่ง   พูดจาถากถางและดูถูกผู้หญิงและคนมุสลิม  แถมยังแสดงท่าทีกร้าวร้าวต่อประเทศที่เป็นคู่ค้าสำคัญของสหรัฐอย่างจีนและญี่ปุ่น

        แต่ดูเหมือนว่าไม่มีอะไรหยุดทรัมป์ได้แล้ว  ทรัมป์กวาดคะแนนเสียงในการเลือกตั้งเบื้องต้นของพรรคริพับลิกันอย่างถล่มทลาย ด้วยคำมั่นสัญญาว่าถ้าเขาได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีเขาจะทำให้สหรัฐกลับมา “ยิ่งใหญ่อีกครั้ง”

       ทรัมป์ประกาศอย่างไม่อ้อมค้อมว่าการกลับมายิ่งใหญ่ของสหรัฐหมายถึงการต้องจัดการกับประเทศที่เขาอ้างว่าเอาเปรียบสหรัฐมาตลอดในด้านการค้าและการลงทุน   สองประเทศที่เป็นเป้าหมายใหญ่สุดคือจีนและญี่ปุ่น

        ในทุกเวทีหาเสียง  ทรัมป์กล่าวหาจีนว่า “ขโมย” งานไปจากคนสหรัฐ ด้วยการใช้นโยบายลดค่าเงินเพื่อทำให้เงินหยวนถูกเพื่อดึงดูดการลงทุนและทำให้สินค้าส่งออกได้เปรียบในเรื่องราคา   แน่นอนว่าเป็นการหาเสียงที่ถูกอกถูกใจคนอเมริกันเป็นอย่างยิ่ง  เพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บริษัทอเมริกันส่วนใหญ่ได้ย้ายฐานการผลิตไปประเทศจีน  ผลที่ตามมาคือตำแหน่งงานต่างๆ ก็ตามไปด้วย จนเมืองอุตสาหกรรมหลักๆ ของสหรัฐหลายเมืองเกือบจะกลายเป็นเมืองร้าง

       การเล่นงานจีนของทรัมป์ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ  แต่ที่ทำให้หลายคนเริ่มงงๆ  คือการที่ทรัมป์พุ่งเป้าไปที่ญี่ปุ่นด้วย  ข้อกล่าวหาก็คล้ายๆ กัน คือญี่ปุ่นเจตนาทำให้ค่าเงินอ่อนเพื่อเอาเปรียบสหรัฐในด้านการค้า

        ที่งงก็เพราะถ้าทรัมป์พูดเรื่องนี้เมื่อสัก 20 กว่าปีก่อน ก็อาจจะมีเหตุมีผล เพราะนั่นเป็นช่วงที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นบูมสุดๆ จนนักธุรกิจญี่ปุ่นบุกเข้าไปกว้านซื้อกิจการและอสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐอย่างไม่เกรงอกเกรงใจคนมะกัน   แต่มาวันนี้ถึงแม้ญี่ปุ่นยังได้เปรียบในแง่ดุลย์การค้า  แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรที่เข้าข่ายคุกคามเศรษฐกิจของสหรัฐเหมือนเมื่อก่อน

       เพราะฉะนั้นทั้งคนในรัฐบาลและสื่อมวลชนญี่ปุ่นก็ชักเริ่มกังวลแล้วว่าจากนี้ไปญี่ปุ่นจะกลายเป็นเป้าของการโจมตีที่ใหญ่ขึ้น  เพราะถ้าทรัปม์ได้คะแนนเสียงจากการเล่นญี่ปุ่น  ก็มีแนวโน้มสูงว่าผู้สมัครคนอื่นๆ ก็จะหันมาใช้วิธีการเดียวกัน  และญี่ปุ่นก็คงจะโดนเละอย่างแน่นอน

        แต่อย่างว่าละครับ นักการเมืองทุกประเทศก็เหมือนกันหมด  ช่วงหาเสียงจะพูดอะไรก็ได้   แต่เมื่อชนะเลือกตั้งแล้วจะทำตามที่พูดหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่อง

        แต่ที่แน่ๆ ก็คือทั้งจีนและญี่ปุ่นก็คงกำลังร่วมกันภาวนาว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ขอให้ประธานาธิบดีคนต่อไปของสหรัฐอย่าเป็นคนชื่อโดนัลด์ ทรัมป์ ก็แล้วกัน

 
 
 

ฐานสมุทร บริษัทฐานสมุทรปราการ จำกัด จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ hitwebcounter  
122 ซ. สุภาพงษ์ แยก 5-2 แขวงหนองบอน เขตประเวช กรุงเทพฯ 10250
โทรศัพท์: 02-7434999 Email: theccn_news@yahoo.com