English News
ติดต่อเราได้ที่   
หน้าแรก สารการค้า ไดนามิค อินดรัสตี้ ติดต่อโฆษณา เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา
Tharn Samutprakarn
หนังสือพิมพ์ ไดนามิค อินดัสตรี้
 
โตโยต้า ขึ้นเมกะโปรเจคกว่า 2.2 หมื่นล้าน
[Dynamic] - อุตสาหกรรมยานยนต์ : ฉบับที่ 289 ประจำวันที่ 1 - 15 พฤศจิกายน 2555

 

                                   Loading image...

 

 “โตโยต้า” ขึ้นเมกะโปรเจคกว่า 2.2 หมื่นล้าน

ขยายฐานผลิต พร้อมส่ง “อัลติส” ตีตลาดโลก

          “โตโยต้า” คว้าโอกาสดันแผนลงทุนจากบีโอไอ ทุ่มงบ 2.26 หมื่นล้าน เพิ่มกำลังการผลิตโรงงานในเครือ รองรับลูกค้าไทย-เทศ ฉีกตลาดเดินเครื่องผลิตไลน์รถตู้ประเดิมผลิต 18,000 คันต่อปี พร้อมส่ง “โตโยต้า อัลติส” สนองความต้องการตลาดโลก

          บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ดำเนินธุรกิจด้านอุตสาหกรรมยานยนต์จนได้รับการยอมรับและยกย่องที่สุดในประเทศไทย สำหรับแผนงานในช่วงต้นปี 2555 บริษัทฯได้ขยายการลงทุนและทำการฟื้นฟูในส่วนของโรงงานผลิตที่ประสบภัยน้ำท่วมในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งการลงทุนดังกล่าวยังเป็นการสานเป้าหมายที่กำหนดไว้ตั้งแต่ต้นปีว่าจะสามารถขายรถ 450,000 คัน และเป้าหมายการส่งออกเพิ่มขึ้น 50 เปอร์เซ็นต์ โดยรวมมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้นประมาณ 2.217 แสนล้านบาท ซึ่งบริษัทฯมั่นใจกับเป้าหมายดังกล่าวที่กำหนดไว้ว่าจะสามารถทำได้อย่างแน่นอน

            ปัจจุบันโตโยต้ามีกำลังการผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ ทุกโครงการที่ได้รับการส่งเสริมปีละประมาณ 889,000 คัน ในจำนวนนี้แบ่งเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล 245,000 คันต่อปี รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ 562,000 คันต่อปี และอีโคคาร์ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการผลิตอีก 100,000 คันต่อปี

            จากแผนการลงทุนขยายและเพิ่มกำลังการผลิตทุกกลุ่มโรงงานในเครือโตโยต้า ซึ่งบริษัทฯได้ดำเนินการยื่นขออนุมัติในการส่งเสริมการลงทุน จากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) โดยบริษัทฯได้รับอนุมัติเป็นมูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 22,630 ล้านบาทถือว่าเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ของโตโยต้าที่จะขับเคลื่อนบริษัทฯไปยังเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้

            สำหรับงบประมาณดังกล่าว บริษัทฯจะนำมาบริหารจัดการในส่วนของโรงงานต่างๆ โดยการนำงบลงทุนในการขยายกิจการผลิตรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ที่บริษัทฯ ตั้งเป้ากำลังผลิตไว้ปีละประมาณ 100,000 คัน และชิ้นส่วนรถยนต์อีกปีละ 1,026,700 ชิ้น ซึ่งจะมีการลงทุนทั้งสิ้น 14,000 ล้านบาท ที่นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซิตี้ โดยแบ่งเป็น การลงทุนในการจัดซื้อเครื่องจักรมูลค่า 12,000 ล้านบาท ซึ่งจะก่อให้เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้นอีกกว่า 1,500 คน

            ทั้งนี้ บริษัทฯยังได้จัดสรรงบประมาณการลงทุนชิ้นส่วนรถยนต์อีกปีละประมาณ 14,624,000 ชิ้น จาก 3 โรงงานผลิตและประกอบรถยนต์ คือ โตโยต้า สำโรง, โตโยต้า เกตเวย์ และโตโยต้า บ้านโพธิ์ ซึ่งบริษัทฯได้ตั้งเป้ากำลังการผลิตของโตโยต้า แบ่งออกเป็นการผลิตเพื่อรองรับตลาดในประเทศ 50 เปอร์เซ็นต์ และตลาดส่งออก 50 เปอร์เซ็นต์ โดยการส่งออกส่วนใหญ่ส่งให้กลุ่มบริษัทโตโยต้าในประเทศต่าง ๆ ทั้งอินโดนีเซีย, ออสเตรเลีย, อินเดีย, นิวซีแลนด์, แอฟริกา, กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง

            ด้านโรงงานโตโยต้า สำโรง จังหวัดสมุทรปราการ บริษัทฯ จะจัดสรรงบการลงทุนประมาณ 1,730 ล้านบาท มาใช้ในการลงทุนเพื่อผลิตรถตู้คาดว่าจะมีกำลังผลิตอยู่ที่ 18,000 คันต่อปี ซึ่งตามแผนการผลิตรถยนต์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยนั้น ปัจจุบันมีกำลังผลิตอยู่ประมาณ 2.67 ล้านคัน โดยคาดว่าในปี 2558 จะมีปริมาณการผลิตรถยนต์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยจะเพิ่มขึ้นเป็นระดับ 3.14 ล้านคัน 

            นอกจากนี้ บริษัทฯยังได้รับการส่งเสริมการลงทุนในส่วนของบริษัท สยามโตโยต้าอุตสาหกรรม จำกัด ที่โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จังหวัดชลบุรี ด้วยงบการลงทุนประมาณ 6,900 ล้านบาท
เพื่อรองรับในส่วนการขยายการผลิตเครื่องยนต์แก๊สโซลีน รุ่น ZR สำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลของกลุ่มโตโยต้า โดยแบ่งสัดส่วนการผลิตเป็น โตโยต้า อัลติส 1,600 ซีซี คิดเป็น 50 เปอร์เซ็นต์ของกำลังผลิตทั้งหมด, เครื่องยนต์ขนาด 1,800 ซีซี คิดเป็น 30 เปอร์เซ็นต์ของกำลังผลิตทั้งหมด และเครื่องยนต์ 2,000 ซีซี คิดเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ของกำลังผลิตทั้งหมด โดยบริษัทฯจะขยายการผลิตอีกปีละ 188,000 เครื่อง ทั้งนี้การลงทุนดังกล่าวบริษัทฯคาดการณ์ว่าจะก่อให้เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้นเกือบ 500 คน

            ทั้งนี้ ในส่วนของการผลิตรถยนต์นั่งส่วนบุคคลโตโยต้า อัลติส บริษัทฯได้แบ่งสัดส่วนการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 60  เปอร์เซ็นต์ ส่งออกไปยังไต้หวัน 20 เปอร์เซ็นต์ เวียดนาม 10 เปอร์เซ็นต์ และอินเดีย 10 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งรถยนต์รุ่นนี้ถือเป็นรถยนต์นั่งที่ได้รับความนิยมสูงในปี 2554 ที่ผ่านมามีส่วนแบ่งตลาดรถประเภทเดียวกันสูงถึง 40 เปอร์เซ็นต์ และคาดว่าจะมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้บริษัทฯคาดว่ารถโตโยต้า อัลติสจะมีความต้องการในประเทศอยู่ที่ 61,000 คัน ขณะที่ความต้องการรถรุ่นนี้ในตลาดโลก คาดว่าจะมีความต้องการอยู่ที่ 1.32 ล้านคัน

 

 
 
 

ฐานสมุทร บริษัทฐานสมุทรปราการ จำกัด จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ hitwebcounter  
122 ซ. สุภาพงษ์ แยก 5-2 แขวงหนองบอน เขตประเวช กรุงเทพฯ 10250
โทรศัพท์: 02-7434999 Email: theccn_news@yahoo.com