English News
ติดต่อเราได้ที่   
หน้าแรก สารการค้า ไดนามิค อินดรัสตี้ ติดต่อโฆษณา เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา
Tharn Samutprakarn
หนังสือพิมพ์ ไดนามิค อินดัสตรี้
 
ทุกข์ของผู้ประกอบการ
[Dynamic] - คลินิกอุตสาหกรรม : ฉบับที่ 282 ประจำวันที่ 1 - 15 พฤษภาคม 2555

 

ทุกข์ของผู้ประกอบการ

 

รายงานการสำรวจความคิดเห็นของผู้ประกอบการในธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ เอสเอ็มอี. ซึ่งจัดทำโดยหอการค้าไทยพบว่า การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาทตามนโยบายของรัฐบาลส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการอย่างน่าตกใจเป็นอย่างยิ่ง

ผลการสำรวจเอสเอ็มอีที่มีการจ้างแรงงานตั้งแต่ 1-25 คน หรือคิดเป็น 98% ของผู้ประกอบการทั้งประเทศ 2.2 ล้านราย พบว่า นโยบายค่าจ้าง 300 บาท จะทำให้ผู้ประกอบการ 2 แสนรายต้องปิดกิจการ เพราะรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไม่ไหว

อัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่ระดับ 300 บาทต่อวันนั้น เป็นอัตราเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วทันที 39.5% ทำให้ต้นทุนทางการเงินของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี.เพิ่มขึ้นทันทีเฉลี่ย 57% จากต้นทุนค่าจ้างปกติซึ่งอยู่ในระดับประมาณ 4.5%

นายสมมาต ขุนเศษฐ เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า มาตรการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของเอสเอ็มอี. อันเนื่องมาจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำตามนโยบายรัฐบาลนั้น เป็นมาตรการเกาไม่ถูกที่คัน

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือแทบจะไม่ได้บรรเทาผลกระทบอะไรเลย ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี.จึงตกอยู่ในสภาพต้องดิ้นรนช่วยเหลือตัวเองไปตามมีตามเกิด ใครสู้ไม่ไหวก็ต้องปิดกิจการไป

เลขาธิการ ส.อ.ท. ยกตัวอย่างกรณีการให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ เอสเอ็มอีแบงก์ปล่อยกู้ให้เอสเอ็มอี. 2 หมื่นล้านบาท เพื่อเพิ่มสภาพคล่องหรือมีแหล่งทุนในการซื้อเครื่องจักรใหม่

กล่าวได้ว่าเป็นหลักการที่ดี แต่ในทางปฏิบัติกลับล้มเหลวเกือบจะสิ้นเชิง มีการปล่อยสินเชื่อน้อยมาก เนื่องจากลูกค้าเอสเอ็มอี.มีข้อจำกัดในเรื่องหลักทรัพย์ค้ำประกัน ยิ่งเพิ่มเงื่อนไขประวัติทางการเงินเข้าไปด้วยสถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงไปอีก

มาตรการให้เอสเอ็มอี.นำส่วนต่างค่าจ้างเดิมและค่าจ้างใหม่มาหักลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า ก็ไม่ได้ตอบโจทย์ที่เป็นหัวใจหลักของปัญหาแต่อย่างใด เพราะในความเป็นจริง ถ้าผลประกอบการไม่มีกำไรก็ไม่สามารถขอลดหย่อนภาษีได้

นายสมมาต กล่าวว่า มาตรการแก้ปัญหาการปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ที่เหมาะสมที่สุดและรัฐบาลน่าจะดำเนินการโดยเร็วก็คือ การชดเชยค่าจ้างบางส่วนให้เอกชน เช่น ปีแรกรัฐบาลอาจชดเชยค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นแทนเอกชน 30% ให้เอกชนจ่าย 10% ปีที่ 2 ก็จ่ายคนละครึ่ง ปีที่ 3 รัฐบาลจ่าย 10% และปีที่ 4 เอกชนรับภาระทั้งหมด

วิธีการดังกล่าวจะเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนอย่างถูกจุด เกาถูกที่คัน ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี.มีเวลาเพียงพอที่จะปรับตัวสู้กับภาระต้นทุนค่าจ้างแรงงานที่เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันถึงเกือบ 40 เปอร์เซ็นต์

ปัญหาอยู่ที่ว่ารัฐบาลมีความจริงใจที่จะแก้ไขปัญหาหรือไม่เท่านั้นเอง.

 
 
 

ฐานสมุทร บริษัทฐานสมุทรปราการ จำกัด จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ hitwebcounter  
122 ซ. สุภาพงษ์ แยก 5-2 แขวงหนองบอน เขตประเวช กรุงเทพฯ 10250
โทรศัพท์: 02-7434999 Email: theccn_news@yahoo.com